Breaking Share-Si
Loading...

แชร์เก็บไว้เลย! วิธีทำเนื้อตุ๋นสมุนไพร..ที่นุ่มเด้งอร่อยน่าทานใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็ได้ หรือจะเอาเฉพาะเนื้อไปทำยำก็อร่อย

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แชร์เก็บไว้เลย! วิธีทำเนื้อตุ๋นสมุนไพร..ที่นุ่มเด้งอร่อยน่าทาน

เนื้อตุ๋นนี้จะรับประทานเปล่าๆ หรือไปใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็ได้ หรือจะเอาเฉพาะเนื้อไปทำยำก็อร่อย

ส่วนผสมที่ใช้ทำเนื้อตุ๋นสมุนไพร




– เนื้อวัวปนมัน เอ็น หรือเนื้อสามชั้น 2 กิโล
– โป๊ยกั้ก (แปดแฉก) 3 ดอก
– อบเชย (ท่อนยาว 1 นิ้ว) 1 ท่อน
– กานพลู 3 ดอก
– ใบกะวาน 2 ใบ
– รากผักชี (ล้างให้สะอาด มัดรวมกันด้วยด้ายขาว) 15 ราก
– พริกไทย (บุบพอแตก) 15 เม็ด
– กระเทียม (ทุบพอหยาบ) 1 หัว
– ซอสแม็กกี้ 5 ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลปี๊ป 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำอาหารเนื้อตุ๋นสมุนไพร 


1. ล้างเนื้อวัวให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ นำไปใส่หม้อ เติมน้ำให้ท่วมเนื้อ เปิดไฟต้มน้ำให้เดือด พอเดือดสัก 2-3 นาที ยกลงดทน้ำต้มแรกทิ้งไป

2. เติมน้ำใหม่อีกครั้ง ให้ท่วมเนื้อเหมือนเดิม ใช้ไฟแรง พอน้ำเดือดลดไฟลง ใช้ไฟเบา เคี่ยวไปเรื่อย

3. นำเครื่องเทศและเครื่องปรุงใส่ลงไป โป๊ยกั้ก อบเชย กานพลู ใบกะวาน รากผักชี พริกไทย กระเทียม น้ำตาลปี๊ป ซอสแม็กกี้ ปิดฝาหม้อ เคี่ยวไฟอ่อนไปเรื่อยๆ 4 ชั่วโมง เนื้อจะเปื่อยกำลังรับประทาน

4. ลองชิมรสชาติของน้ำ ถ้าชอบเค็มเติมซอสแม็กกี้ ถ้าชอบหวานนิดๆ ให้เติมน้ำตาลปี๊ปเพิ่ม เมื่อได้ที่แล้วตักใส่ถ้วย โรยด้วยพริกไทย ต้นหอม ผักชี ยกเสิร์ฟ

เนื้อตุ๋นนี้จะรับประทานเปล่าๆ หรือไปใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็ได้ หรือจะเอาเฉพาะเนื้อไปทำยำก็อร่อย

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive