Breaking Share-Si
Loading...

ใบเตย 8 สรรพคุณทางยา บรรเทาโรคข้อ รักษาโรคเบาหวาน บำรุงผิวพรรณได้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ใบเตย 8 สรรพคุณทางยา บรรเทาโรคข้อ รักษาโรคเบาหวาน บำรุงผิวพรรณได้

เวลาแม่บ้านจะทำอาหารหรือขนมที่ต้องการสีเขียวธรรมชาติและกลิ่นหอมๆ มักจะใช้ใบเตยเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหรือขนมอยู่เสมอ ทั้งที่จริงแล้วใบเตยยังมีสรรพคุณทางยาที่สามารถใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคได้หลากหลายประการเช่นกัน


1 บรรเทาโรคข้อและโรครูมาตอยด์ เนื่องจากใบเตยมีฤทธิ์เย็น จึงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและกระดูกได้ โดยนำใบเตยสด 3 ใบ ล้างให้สะอาดแล้วสับให้ละเอียด พร้อมกับผสมน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย ใช้เป็นยาทาภายนอก

2 รักษาโรคเบาหวาน ใช้รากต้นเตยปริมาณ 1 กำมือ ต้มเป็นน้ำดื่มทุกเช้า – เย็น จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและขับปัสสาวะ

3 บำรุงประสาท เมื่อดื่มน้ำใบเตยจะช่วยบำรุงกำลังและระบบประสาท ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และแก้อาการอ่อนเพลียให้หายไป

4 บำรุงหัวใจ หากต้มน้ำใบเตยไว้ดื่มสำหรับเช้า – เย็น จะช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยปรับระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

5 รักษาโรคหัด นำใบเตยมาตำแค่พอพยาบๆ จากนั้นพอกลงบนผิวหนัง จะช่วยให้ขจัดเชื้อโรคหรือไวรัสที่อยู่บนผิวให้หาย

6 บำรุงผิวพรรณ เมื่อนำใบเตยมาล้างให้สะอาด สับแล้วปั่นให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกผิวหนัง จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใสและเนียนนุ่มชุ่มชื้น

7 รักษารังแค นำใบเตย 2 – 5 ใบ ตากแดดให้แห้งสนิทแล้วบดให้ละเอียดเป็นผงเหมือนแป้ง จากนั้นนำมานวดที่หนังศีรษะเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการรังแคให้ลดน้อยลง

8 ย้อมสีผม ถึงแม้ว่าใบเตยจะมีสีเขียวเข้มก็ตาม แต่เมื่อนำมาผสมกับน้ำลูกยอต้ม จะได้น้ำย้อมผมสีดำที่ช่วยให้เส้นผมดำสลวย โดยไม่ต้องเสี่ยงกับสารเคมีย้อมผม

เราจะเห็นได้ว่าใบเตยนั้นสามารถนำมาใช้ได้ทั้งอาหาร ขนม และน้ำสมุนไพรที่มีประโยชน์ในด้านสุขภาพ พร้อมกับบำรุงในด้านความงามค่ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดย : www.rak-sukapap.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive