Breaking Share-Si
Loading...

อย่ารู้ช้าไป! เรียนรู้โรคไหลตาย ฆาตกรเงียบ คร่า ‘แวว จ๊กมก’ ป้องกันได้แค่ดื่มน้ำก่อนนอน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เรียนรู้โรคไหลตาย ฆาตกรเงียบ คร่า ‘แวว จ๊กมก’ ป้องกันได้แค่ดื่มน้ำก่อนนอน

ช่วงนี้ดวงดาวค้างฟ้าและคนในวงการลาลับหลายคน เริ่มตั้งแต่ “แหวน ฐิติมา สุตสุนทร” ตามมาด้วย “อาเดียร์ ชุมพร เทพพิทักษ์” พ่อของพระเอกหนุ่ม “ศรราม เทพพิทักษ์” กระทั่งล่าสุด “ลุงสุภักดิ์ ปิติธรรม” ดาราอาวุโส ที่มักรับบทเป็นพระ ก็มาเสียชีวิตอย่างสงบ ในวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา

แต่สำหรับ “ตลกอย่าง แวว จ๊กมก” น้องสาวของตลกซุปเปอร์สตาร์ “หม่ำ จ๊กมก” ถือเป็นการเสียชีวิตแบบปัจจุบันทันด่วน ที่อยู่ดีๆ ก็เกิดหลับและเสียชีวิตอย่างน่าฉงน ซึ่งสาเหตุการตายคงต้องรอให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง…


การหลับตายนั้น ถือไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตเคยเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะแรงงานที่ไปขุดทองยังต่างประเทศ จะพบมากเป็นพิเศษ หรือบางหมู่บ้านที่พบการเสียชีวิตจำนวนมาก จนต้องพึ่งไสยศาสตร์ก็มี

“ไหลตาย” มีสาเหตุจากอะไร..? มีสัญญาณเตือนหรือไม่ ป้องกันได้หรือเปล่า.. ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เตรียมคำตอบทั้งหมดมาให้แล้ว

นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา อดีตนายกแพทยสภา ให้ความรู้เกี่ยวกับการนอนหลับแล้วเสียชีวิตว่า โรคนี้ชาวบ้านเรียกวา “โรคไหลตาย” ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่จากที่มีการค้นคว้าศึกษามานั้นพบอยู่หลายสาเหตุ


1.ขาดสารอาหาร


นพ.สมศักดิ์ อธิบายว่า เมื่อก่อนเราจะได้ยินข่าวหนุ่มๆ ที่ไปทำงานต่างประเทศแล้วเสียชีวิตอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลก็พบว่า บุคคลที่เสียชีวิต ส่วนใหญ่จะเข้าไปทำงานช่วงปีแรกๆ และทราบมาว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการขาดสารอาหาร

“จากการศึกษา แรงงานที่ไปทำงานที่ประเทศ สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา จะมีผู้เสียชีวิตมาก เนื่องจากมีค่าครองชีพที่สูงกว่าประเทศไทย เวลาจะรับประทานอะไรแล้ว เขาจะเอามาเทียบกับค่าเงินตัวเอง ทำให้ไม่กล้าซื้อของกิน ด้วยความประหยัด จึงทำให้กินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งจริง ๆ ร่างกายคนเรามีสารอาหารบางอย่าง เช่นเกลือแร่ เอนไซม์ ซิงค์ แม้ร่างกายของคนเราจะต้องการสิ่งเหล่านี้ไม่มาก แต่ขาดไม่ได้ แต่การกินอาหารเพียงอย่างเดียวติดต่อกันนานๆ ก็จะทำให้ขาดสารอาหาร และเกิดไหลตายได้”

2.การกินน้ำน้อยเกินไปอันตรายถึงชีวิต


ในส่วนสาเหตุที่ 2 นั้น หมอสมศักดิ์ ให้ความรู้ว่า มีสาเหตุมาจากการรับประทานน้ำที่น้อยจนเกินไป ที่ผ่านมา ผู้ที่เกิดอาการไหลตายในส่วนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ ซึ่งท่านไม่ยอมรับประทานน้ำก่อนนอน เพราะกลัวต้องลุกขึ้นกลางดึกเพื่อมาปัสสะวะ นี่คือเรื่องอันตราย เพราะการรับประทานน้ำน้อยจนเกินไป จะทำให้เลือดในร่างกายของเราข้นและหนืด ถ้าเลือดหนืดข้นมากเกิดไปอุดตันที่หัวใจก็ส่งผลให้เสียชีวิต โดยเฉพาะคนป่วยโรคหัวใจและไขมันในเส้นเลือดสูง แล้วไม่รู้ตัว หากเลือดหนืดข้นไปอุดตันหัวใจก็ทำให้เสียชีวิต เลือดหนืดข้นไปอุดตันสมอง เลือดในสมองแตกกลายเป็นอัมพาตได้

3.การติดเชื้อไวรัส จากการรับประทานอาหาร


ยังมีอีก 1 สาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้ คือ การถูกไวรัสเข้าที่กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งไวรัส กลุ่มนี้เข้าร่างกายคนเราผ่านทางอาหาร ด้วยการกินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ แม้คนเราจะร่างกายแข็งแรง แต่เมื่อเจอไวรัสกลุ่มนี้เข้าร่างกายก็จะไปโจมตีที่กล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดอาการเพลีย บางคนรู้สึกว่าเพลียมาก ขอตัวไปนอนพัก หลังจากนั้นก็ไม่ฟื้นอีกเลยก็มี

แนะทางรอด ไม่เกิดอาการไหลตาย


อดีตนายกแพทยสภา แนะนำทางรอดและวิธีป้องกันโรคไหลตายวา คนเราไม่ควรอดน้ำ ควรดื่มน้ำก่อนนอน เพราะการอดน้ำจะทำให้เลือดในร่างกายของเราหนืดข้น น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายมาก คนเราขาดน้ำ 2 วันก็ตาย ในขณะที่อดอาหารได้ถึง 7 วัน นอกจากนี้ ต้องกินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และ กินหารหลักให้ครบ 5 หมู่

“ส่วนตัวผมแนะนำให้กินไข่ เพราะไข่จะเจริญเติบโต เป็นตัวได้ ฉะนั้น สารอาหารในไข่จึงมีครบเกือบหมด”หมอสมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูลจาก : thairath

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive