Breaking Share-Si
Loading...

ห้ามพลาด! สูตรนี้ทำง่ายและแสนถูกช่วยให้คุณแม่วัย 62 ของฉันไม่มีผมหงอกเลย!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ห้ามพลาด! สูตรนี้ทำง่ายและแสนถูกช่วยให้คุณแม่วัย 62 ของฉันไม่มีผมหงอกเลย!

เส้นผมของคุณจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเมื่อคุณมีอายุที่มากขึ้น แต่มันก็สามารถเกิดขึ้นกับคนที่อายุน้อยได้หากขาดการดูแลสุขภาพ พักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ คุณจะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีเส้นผมสีเทาเคียงคู่มากับเส้นผมของคุณและมันยังแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วได้ในระยะเวลาไม่นาน


ตอนนี้เรามีวิธีรักษาด้วยธรรมชาติที่อยากให้คุณทดลองดีกว่าไปใช้ยาย้อมผมที่มีสารเคมีหรือเข้าร้านเสริมสวยที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงๆ และสิ่งที่เราอยากให้คุณลองคือเปลือกมันฝรั่ง! แป้งในเปลือกมันฝรั่งจะทำหน้าที่เปลี่ยนสีผมให้คุณอย่างเป็นธรรมชาติมันจะช่วยปิดผมหงอกให้คุณได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์

นี่คือสูตร:

-มันฝรั่งขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ 5-6 ลูก

-หม้อใบใหญ่

-ที่กรอง

-ชามขนาดใหญ่

-ขวดเปล่าสำหรับทำแชมพู

-แชมพูและครีมนวดผม

-ผ้าขนหนู

ขั้นตอนที่ 1 : นำเปลือกของมันฝรั่งทั้งหมดใส่ลงในหม้อใบใหญ่และเติมน้ำลงไป 1/2 แกลลอน ต้มให้เดือดประมาณ 20 ถึง 30 นาที

ขั้นตอนที่ 2 : กรองเอาน้ำของเปลือกมันฝรั่งใส่ไว้ในชามใบใหญ่ ทิ้งให้น้ำให้เย็นสนิทจากนั้นเทน้ำใส่ลงไปในขวดเปล่า

ขั้นตอนที่ 3 : ทำความสะอาดเส้นผมของคุณด้วยแชมพูและครีมนวดผมประมาณ 1-2 นาที เนื่องจากผมหงอกจะมีสภาพเส้นผมที่แห้งและเปราะบางจึงจำเป็นต้องทำให้เส้นผมชุ่มชื่นเสียก่อนค่อยไปถึงขั้นตอนต่อไป

ขั้นตอนที่ 4 : นำเปลือกมันฝรั่งและน้ำมานวดให้ทั่วเส้นผมของคุณ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดและนำผ้าขนหนูมาห่อเส้นผมของคุณเอาไว้

ขั้นตอนที่ 5 : ทำซ้ำขั้นตอนนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ประมาณหนึ่งเดือนหรือจนกว่าคุณจะพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้!

อ้างอิง : allabouthealthylife.com
แปลข้อมูลโดย : http://www.rak-sukapap.com/

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive