Breaking Share-Si
Loading...

ข่าวดี! ใบขับขี่หาย ไม่ต้องไปแจ้งความ ไม่ต้องสอบใหม่ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนนี้? ก็ได้ใหม่ทันที

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ข่าวดี! ใบขับขี่หาย ไม่ต้องไปแจ้งความ ไม่ต้องสอบใหม่ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนนี้? ก็ได้ใหม่ทันที

รู้แล้วบอกต่อ ! ใบขับขี่หาย “ไม่ต้องไปแจ้งความ ไม่ต้องสอบใหม่” เพียงแค่ทำตามขั้นตอนนี้? ก็ได้ใหม่ทันที...

ปัจจุบันกรณีทำเอกสารราชการหาย ประชาชนสามารถดำเนินการเองได้ โดยไม่ต้องใช้ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจมาประกอบหลักฐาน มีดังนี้ คือ...


1. แผ่นป้ายทะเบียนรถหาย การดำเนินการ ให้นำสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการทำใหม่ได้เลย

2. บัตรประชาชนหาย การดำเนินการ ให้ผู้ที่บัตรประชาชนหายนั้น ให้นำทะเบียนบ้านตัวจริงไปดำเนินการทำบัตรใหม่ได้เลย

3. สำเนาทะเบียนบ้านหาย การดำเนินการ ให้เจ้าบ้านหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าบ้าน โดยมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าบ้านไปดำเนินการทำใหม่ได้เลย

4. บัตรประกันสังคม และ บัตรรับรองสิทธิรักษาพยาบาลหาย การดำเนินการ ให้ท่านนำบัตรประชาชนไปดำเนินการทำบัตรใหม่ได้เลย ณ สำนักงานประกันสังคม หรือติดต่อผ่านฝ่าย HR ของบริษัทตนเอง

5. บัตรผู้ประจำตัวผู้เสียภาษี การดำเนินการ ให้ท่านนำบัตรประชาชน/ ทะเบียนบ้าน ไปดำเนินการทำบัตรใหม่ได้เลย ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่เขตของท่าน ข่าวด่วนวันนี้

6. ใบอนุญาตขับขี่หาย การดำเนินการ ให้นำบัตรประชาชน ไปดำเนินการทำใบอนุญาตขับขี่ใหม่ได้เลย โดยทำที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานย่อย และคุณไม่ต้องสอบขับขี่รถใหม่ เพียงแต่ถ่ายรูปติดใบอนุญาตขับขี่ใหม่เท่านั้น หากเป็นใบขับขี่ตลอดชีพ ก็ได้ใบขับขี่ตลอดชีพเช่นเดิม

เอกสารทุกขอที่กล่าวมา ปัจจุบัน เป็นเรื่องไม่ยาก ในกรณีทำหาย สามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่าแต่ก่อนเยอะ ดังนั้น หากรู้แล้ว ก็ รีบ ๆ บอกต่อ ให้กับ คนที่ยังไม่รู้ จ้าาาา !!!!

ภาพและข้อมูลจาก http://www.saraupdate.com/16981

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive