Breaking Share-Si
Loading...

เคล็ดไม่ลับ วิธีนึ่งปลาให้อร่อย ไม่เหม็นคาว ใช้ได้กับปลาทุกชนิด แม่บ้านอย่าพลาด

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เคล็ดไม่ลับ วิธีนึ่งปลาให้อร่อย ไม่เหม็นคาว ใช้ได้กับปลาทุกชนิด แม่บ้านอย่าพลาด

วันนี้เราอยากจะเชิญชวนให้คุณหันมาทานปลานึ่งกันให้มากขึ้น เพราะเรามีสูตรการนึ่งปลาไม่ให้เหม็นคาวมาฝาก วิธีการเป็นอย่างไรตามมาดูกันได้เลย



เคล็ดลับการนึ่งปลาไม่ให้คาว


1. เลือกของสด

ปลาที่จะนำมานึ่งควรจะต้องเป็นเนื้อปลาที่สดใหม่ และผ่านการล้างทำความสะอาดอย่างดี โดยวิธีดูว่าเนื้อปลาสดหรือไม่ให้ดูที่
? ตาปลา เปิดโตเต็มที่ ใส ไม่ลึกโบ๋หรือขุ่นเป็นสีเทา
? เกล็ด สีสดใสเป็นมันเงา แบนราบเสมอกัน ไม่แห้งหรือหลุดลอก
? หนัง ควรจะมีเมือกปลาคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว และชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
? เหงือก ต้องมีสีแดงสด ไม่เขียวคล้ำ ครีบปิดสนิท
? เนื้อปลาไม่แข็งทื่อ เมื่อกดจะยืดหยุ่น มีสปริงเด้งกลับ ไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ

2. ทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนึ่ง

การทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนำไปนึ่ง จะช่วยกำจัดกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี หรือหากไม่สะดวกใช้น้ำมะนาว จะใช้เป็นน้ำส้มสายชูแทนก็ได้ นอกจากนี้ น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูที่ผสมรวมกับเกลือ จะช่วยรัดให้เนื้อปลาคงรูป ไม่แตก ไม่เละง่ายๆ ซึ่งมีผลให้เนื้อปลานึ่งน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นด้วย


3. ต้องแน่ใจว่าน้ำเดือดจัด

ก่อนจะใส่ปลาลงไปนึ่ง จำเป็นต้องต้มน้ำให้เดือดจัดๆเสียก่อน และขณะนึ่งก็ต้องใช้ไฟแรงให้น้ำเดือดจัดเช่นกัน เนื่องจากการใช้ไอน้ำที่ร้อนจากน้ำเดือดจะช่วยกำจัดกลิ่นคาวไม่ให้หลงเหลือในเนื้อปลาได้ และในระหว่างนึ่งก็ควรเปิดฝาหม้อให้ไอน้ำออกบ่อยๆ เพราะไอน้ำจะพากลิ่นคาวของปลาออกไปได้

4. ใช้สมุนไพรช่วย

สมุนไพรไทยบางชนิดสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของปลาได้ โดยสมุนไพรที่แนะนำ ก็คือ ตะไคร้และหอมแดง ลองใส่สองสิ่งนี้ลงไปขณะนึ่งปลา สมุนไพรจะช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive