Breaking Share-Si
Loading...

มีเคล็ดลับลดความอ้วนมาแนะนำ กดจุด ก็หยุดอ้วน ได้นะ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


มีเคล็ดลับมาแนะนำ กดจุด หยุดอ้วน ได้นะ

ต้อนรับปีใหม่ด้วยหุ่นที่ผอมบางกว่าเดิม มีเคล็ดลับลดความอ้วนมาแนะนำค่ะ เผื่อจะเอาไปลองใช้กันดูบ้าง เคล็ดลับที่ว่าก็คือการกดจุดนั่นเอง ...

จุดที่ 1 หลังกระเพาะอาหาร

ส่วนมากวิธีการกดจุดลดน้ำหนัก จะไม่ใช่การกดปุ๊ปแล้วน้ำหนักลดลงไปทันตาเห็นแน่นอนค่ะ แต่จะเป็นการกดเพื่อผ่อน ลดความอยากรับประทานอาหารเกินความจำเป็นมากกว่า โดยเฉพาะเวลากลางคืนเป็น ต้น เริ่มแรกให้ใช้หลังมือ เคาะจุดด้านหลังของกระเพาะอาหาร จุดที่ว่าอยู่แถวๆ เส้นตรงกลางหลังบริเวณขอบเอวเรานั่นเองค่ะ เคาะซักประมาณ 1 นาที จากนั้นให้ใช้ปลายนิ้วทั้ง 2 มือกดลงไปเบาๆ แถวท้องตรงจุดกึ่งกลางระหว่างลิ้นปี่และสะดือ ค้าง 3 วินาที พัก 3 วินาที กดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซัก 10 ครั้ง แค่นี้ก็จะช่วยลดความอยากอาหารได้แล้ว

จุดที่ 2 ใต้ไหปลาร้า

จุดต่อมาก็ยังคงเป็นจุดที่ช่วยลดความอยากอาหารอีกเช่นเคยค่ะ คราว นี้ย้ายที่มาที่บริเวณกระดูกใต้ไหปลาร้า ค่อยๆ ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางกดลงไปเบาๆ นะคะ ให้กดไล่ลงไปเรื่อยๆ ตามความยาวของไหปลาร้า ค่อยๆ นวดคลึงไปเรื่อยๆ แล้วมาเปลี่ยนเป็นการเคาะหลังมือเบาๆ คะ สลับกันเคาะระหว่างซ้ายขวา และกรอกตาไปเรื่อยๆ ตามแขนข้างที่เคาะถ้าซ้ายก็กรอกไปทางซ้าย ขวาก็กรอกไปทางขวานะคะ ทำซักประมาณ 10 ครั้งก็พอ เดี๋ยวจะตาลายซะก่อนค่ะ

จุดที่ 3 กระดูกใต้ตาและใบหู

จุดสุดท้ายเป็นกดจุดที่ใกล้ๆ กันสลับกันไปมา 2 จุดนะคะ เริ่มแรกด้วยการนวดคลึงกระดูกบริเวณใต้ตาเบาๆ ซักประมาณ 10 วินาที จากนั้นให้สลับไปนวดคลึงกระดูกเล็กๆ ในใบหูทั้ง 2 ข้างพร้อมๆ กันอีกประมาณ 10 วินาที เสร็จแล้วสลับไปมาแบบนี้ซัก 5 ครั้งก็พอค่ะ

เป็นไงบ้างคะกับเคล็ดลับวิธีสกัดความอ้วนด้วยการกดจุดง่ายๆ ที่เรามาแนะนำในวันนี้ วิธีที่ว่าทั้งหมดถึงแม้ดูแล้วอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามันจะไปช่วยยังไงแต่ จากผลการทดลองผู้ที่ใช้วิธีนี้มาแล้วกว่า 70% ปรากฏว่าน้ำหนักตัวลดลงนะคะ เอาเป็นว่าสิบปากว่าไม้เท่าตาเห็น ของแบบนี้ต้องลองเองค่ะ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive