Breaking Share-Si
Loading...

ชัดเจนสุดๆ 10 ข้อแตกต่าง ''ความรัก'' กับ ''ลุ่มหลง'' แฟนคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน?

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ชัดเจน!! 10 ข้อแตกต่าง ''ความรัก'' กับ ''ลุ่มหลง'' แฟนคุณจัดอยู่ในกลุ่มไหน?

สำหรับ "ความรัก" มีหลายคนบอกว่ามักจะวัดกันในช่วง 3 เดือนแรก หากคบกันได้นานกว่านั้นแสดงว่าคุณทั้งคู่รักกัน แต่หากไม่ถึงหมายความว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่อารมณ์หลงเท่านั้น แต่บางครั้งเราก็จะใช้เวลาในการตัดสินความรักไม่ได้เสมอไป จึงเป็นที่มาให้เราได้ทำการเปรียบเทียบชัดๆ มาให้ทุกคนได้รู้กันว่า แบบไหนที่เขาเรียกว่า "รักจริง" กับแบบไหนที่เป็นเพียง "ความหลง"


รัก คือความปราถนาดีต่ออีกฝ่าย ที่อยากให้เขามีความสุข

หลง คือความปราถนาที่อยากให้อีกฝ่ายทำให้เรามีความสุข

รัก คือการสนับสนุน เอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน เป็นแรงผลักดันให้อีกฝ่าย

หลง คือการอยากให้อีกฝ่ายทำตามใจตนเอง โดยไม่สนว่าเขาอยากทำหรือไม่

รัก คือการมอบความสบายใจแก่กัน และรู้สึกว่าไม่ต้องบังคับกันและกัน

หลง คือความต้องการให้ตนรู้สึกสบายใจ แม้อีกฝ่ายจะไม่รู้สึกอย่างนั้น

รัก คือการพยายามให้คนสองคนมีความสุขอย่างเสมอภาคกัน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

หลง คือการพยายามที่จะไขว้คว้าหาความสุขจากคนอื่น

รัก คือการทำสิ่งที่อีกฝ่ายชอบด้วยความเต็มใจ เพราะมันทำให้เขายิ้มได้

หลง คือการอยากให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่เราชอบ เพื่อเราจะได้ยิ้ม

รัก คือการยอมรับในตัวตนของอีกฝ่ายอย่างจริงใจ

หลง คือความรู้สึกที่ยอมรับได้แค่เปลือกนอก แต่ไม่ได้รู้สึกจริงๆ จากข้างใน

รัก คือการยอมปรับปรุงข้อเสียของตัวเอง เพื่อทำให้อีกฝ่ายมีความสุข

หลง คือการบอกให้อีกฝ่ายเปลี่ยน เพื่อให้ตัวเองมีความสุข

รัก คือความเข้าใจว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

หลง คือความต้องการให้อีกฝ่ายสมบูรณ์แบบอย่างที่ตัวเองหวัง

รัก คือการปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ไม่ปล่อยให้ใครรู้สึกอึดอัด

หลง คือการอยากให้อีกฝ่ายปรับตัวเขาหาเราเพียงฝ่ายเดียว

รัก คือการให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน นอกจากความรักความจริงใจที่มีให้กัน

หลง คือการให้แบบคาดหวังผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับคืนมา มากกว่าความรักความจริงใจ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive