Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตรน้ำขิง-น้ำผึ้ง ดื่ม 15 วันช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 6 กิโลกรัม ทำให้ผิวกระจ่างใส

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


น้ำขิง-น้ำผึ้ง 15 วันอาจช่วยลดน้ำหนักได้ถึง 6 กิโลกรัม ทำให้ผิวกระจ่างใส

การดื่มน้ำขิงผสมน้ำผึ้งจะช่วยปรับสมดุลในร่างกายของคุณ ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น ช่วยลดน้ำหนักได้จริง

สรรพคุณของขิงนั้นมหัศจรรย์ยิ่งนัก อาทิ

ขิงช่วยลดการติดเชื้อในลำคอ ความเผ็ดร้อนจากขิงช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อมากขึ้น บรรเทาอุณหภูมิความร้อนในร่างกายให้ลดลง ขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมด้วยวิตามิน มีแร่ธาตุดีๆ มากมาย ไม่รู้สึกอึดอัดท้อง ลดอาการท้องอืด ขิงมีรสเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว สดชื่นกระปรี้กระเปร่า คล้ายกับสารคาเฟอีนในกาแฟ แต่ไม่มีโทษ รสชาติเผ็ดร้อนของขิงช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ 20%

ขิงช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

มีผลการวิจัยจาก Clinical Biochemistry and Nutrition ประเทศญี่ปุ่น บอกว่า “น้ำขิง” แค่ดื่มอย่างต่ำ 1 ครั้ง/วัน จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเอนไซม์ Acyl-CoA oxidase ออกมามากขึ้น ดึงเอาไขมันที่ถูกสะสมไว้มาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยไขมันที่ถูกเผาผลาญจะขับออกในรูปของปัสสาวะ

น้ำผึ้ง มีสรรพคุณมากมาย อาทิ ช่วยปรับสมดุลร่างกายและควบคุมน้ำหนัก นักวิทยาศาสตร์พบว่าในน้ำผึ้งมีวิตามินหลายชนิดและธาตุเหล็กเป็นจำนวนมาก กินน้ำผึ้งประจำยังเพิ่มเม็ดเลือดขาว เพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ และในแพทย์ทางเลือกใช้เป็นตัวประสานยา


วิธีทำน้ำขิงผสมน้ำผึ้ง

1. ขิงสดฝานบางๆ 2 ชิ้น (10 กรัม) ไม่ต้องใส่มาก

2. ชงกับน้ำอุ่น 200 มิลลิลิตร ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด อุณหภูมิสูงไปจะทำลายคุณประโยชน์ของขิงและน้ำผึ้ง

3. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วดื่ม

4. ดื่มวันละ 3 ครั้ง เช้าหลังตื่น 1 แก้ว /เย็นก่อนอาหาร 30 นาที 1 แก้ว /และก่อนนอน 1 แก้ว

*** ดื่มติดต่อกัน 15 วัน จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

ผลที่จะได้รับ

- น้ำหนักจะลดลงได้สูงสุด 6 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรูปร่างเดิมน้ำหนักมากลดได้มาก)

- ผิวเนียนละเอียดขึ้น

- รอบเอวลดลง ขจัดไขมันส่วนเกิน

- ถ้าดื่มติดต่อกันนานกว่า ½ ปีขึ้นไป จะลบเลือนจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ผิวกระจ่างใส

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive