Breaking Share-Si
Loading...

เช็คด่วน! 15 จุดทั่วกรุง ดีเดย์! เอาจริง จับปรับ ปาด เบียด แซง ทางขึ้นสะพาน-อุโมงค์

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ดีเดย์! 9 พ.ค. (วันนี้) จับปรับ ปาด เบียด แซง ทางขึ้นสะพาน-อุโมงค์ 15 จุดทั่วกรุง

พล.ต.ต.จิระพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.ธีรวงศ์ สุริวงศ์ ผบก.จร.แถลงข่าว “บก.จร.เอาจริง ดีเดย์ ใช้ระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องเดินรถในเขตห้าม (Lane Change camera System)” เริ่มตั้งแต่วันนี้ ( 9 พ.ค.) สืบเนื่องจากปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัด และผู้ขับขี่ฝ่าฝืนการจราจรจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีปาดเบียด หรือแซงบริเวณทางขึ้นสะพานข้ามแยกและอุโมงค์ลอดทางแยก ทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาการจราจร


ระยะเริ่มต้น ติดตั้งระบบตรวจจับแล้ว 15 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบการจราจรติดขัดมากและมีปัญหาขับรถปาดเบียด หรือแซงมาก อันดับ 1 คือ สะพานข้ามแยกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ตามด้วยแยกสามเหลี่ยมดินแดง สะพานข้ามแยกวงเวียนบางขน แต่ละจุดจะมีป้ายแจ้งเตือน 3 ระยะ ก่อนถึงจุดตรวจจับ

ระบบตรวจจับแต่ละจุดจะมีกล้อง 4 ตัว ทำงานอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง มีความละเอียดคมชัดสูง ตรวจจับได้ทั้งกลางวันกลางคืนและทุกสภาพอากาศ พร้อมบันทึกข้อมูลเก็บไว้นานถึง 1 ปี ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผ่านระบบ ATS ส่งภาพกลับมายังศูนย์ควบคุมและสั่งการ บก.02 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนรถ, ยี่ห้อ, รุ่นและสีรถ ก่อนจะออกใบสั่งและส่งไปยังระบบ PTM ของธนาคารกรุงไทยเพื่อได้บาร์โค้ดกลับมา ยืนยันความถูกต้อง ใช้เป็นหลักฐานในการออกใบสั่ง จากสถิติการทดลองจับเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบผู้ฝ่าฝืนถึง 226,257 รายต่อเดือน เฉลี่ย 7,542 รายต่อวัน

สำหรับผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พศ.2522 ม.21 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เบื้องต้นตำรวจจราจรจะทำการเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 500 บาท สามารถชำระผ่านตู้เคาน์เตอร์และตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือผ่าน KTB netBank หรือตามสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่ง

แหล่งที่มาจากสำนักข่าวไทย

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive