Breaking Share-Si
Loading...

4 ท่าบริหารลดอาการปวดหลังปวดเอว ควรทำวันละ 3 ครั้ง เช้า-เที่ยง-เย็น

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ท่าบริหารลดอาการปวดเอว ทำได้ง่ายๆที่บ้าน

สำหรับรอบนี้เป็นคลิปวีดีโอสอนท่าออกกำลังกายสำหรับคนที่ปวดหลังปวดเอว....ให้ทำตามได้นะครับ สามารถใช้ลดอาการปวดได้ดีที่เดียว ควรทำวันละ 3 ครั้ง เช้า-เที่ยง-เย็น นะครับ มีด้วยกัน 4 ท่า (ลองอ่านแล้วดูคลิปประกอบนะครับ)

++สามท่าแรกเริ่มต้นที่นอนหงาย++

ท่าที่ 1 กอดเข่าชิดอก>> กอดเข่าข้างที่ปวด แทยงชิดกับหน้าอกด้านตรงข้าม ทำค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 (10 วินาทีหรือมากกว่านั้นได้นะครับ) แล้วผ่อน ทำซ้ำ 10 รอบ จะรู้สึกตึงที่บริเวณสะโพก ไม่ต้องกอดแน่นมากอาจจะเจ็บได้


ท่าที่ 2 ท่าขาไขว้ห้าง>> เอาขาข้างที่ปวดขึ้นไขว้ทับข้างที่ไม่ปวดหรือจะสลับทำสองข้างก็ได้ครับ เอามือกดใต้หัวเข่าข้างที่ไม่ปวด ดึงเข้าหาตัวเองค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 (10 วินาทีหรือมากกว่านั้นได้นะครับ) แล้วผ่อน ทำซ้ำ 10 รอบ คนไข้จะรู้สึกตึงที่บริเวณสะโพก ไม่ต้องกอดแน่นมากอาจจะเจ็บได้



ท่าที่ 3 ท่าเหยียดขาขึ้นฟ้า>> ให้งอเข่าตั้งไว้ มือประคองไว้ใต้เข่า แล้วเหยียดปลายเท้าขึ้นฟ้าพร้อมกับหุบขาเข้ามาด้านในเล็กน้อยค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 (10 วินาทีหรือมากกว่านั้นได้นะครับ) แล้วผ่อน ทำซ้ำ 10 รอบ คนไข้จะรู้สึกตึงที่บริเวณขาข้างที่ยืด



ท่าที่ 4นอนคว่ำแขนสองข้างเตรียมยึดพื้น ท่านี้สำคัญเพราะต้องทำอย่างน้อยชั่วโมงละ 10 ครั้ง ทุกชั่วโมง โดยก่อนและหลังต้องประเมินอาการปวดร่วมด้วยนะครับ ดันพื้นขึ้นสุด แล้วลงสุด (**ไม่ต้องค้าง**) ทำ 10 ครั้ง แล้วสังเกตุอาการก่อนและหลังทำ ถ้าปวดลดลงให้ทำต่อครับ ไม่เกิน 3 รอบ อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง



***หากมีอาการปวดมากขึ้นหลังทำท่าออกกำลังกายดังกล่าว แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการรักษาต่อไปนะครับ เพราะอาการอาจจะเป็นมากกว่าที่คาดไว้ครับ***

ข้อมูลจาก บัณฑิตคลินิกกายภาพบำบัดและจัดกระดูก จ.อุบลราชธานี


Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive