Breaking Share-Si
Loading...

วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง ผู้หญิงก็ทำตามได้ใน 5 ขั้นตอน เย็นสบาย แถมประหยัดเงินในกระเป๋า

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง ผู้หญิงก็ทำตามได้ใน 5 ขั้นตอน

วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง ให้แอร์กลับมาเย็นฉ่ำ เปิดใช้เมื่อไรก็ชื่นใจทุกครั้ง วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง ผู้หญิงก็สามารถทำตามได้ไม่ต้องเรียกช่างให้เสียเวลา


แอร์คอนดิชันเนอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้านนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านต้องมีไปแล้ว เพราะอากาศบ้านเรานั้นร้อนเสียยิ่งกว่าอะไร แต่เมื่อผ่านการใช้งานไปนาน ๆ แอร์ก็ไม่สามารถทำความเย็นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเกาะ อีกทั้งยังทำให้กินไฟมากกว่าปกติ แถมทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำวิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเองมาฝาก เป็นวิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง 5 ขั้นตอนสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ทำตามได้ทั้งนั้น

อุปกรณ์

- แปรงสีฟัน

- สเปรย์โฟมล้างแอร์

ขั้นตอนการล้างแอร์


1. ตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อน จากนั้นยกฝาครอบด้านหน้าแอร์แล้วถอดแอร์ฟิลเตอร์ออก


2. นำแอร์ฟิลเตอร์ไปล้าง โดยเปิดน้ำเบา ๆ ไหลผ่านพร้อมกับใช้มือหรือแปรงสีฟันถูเบา ๆ แล้วนำไปผึ่งไว้ให้แห้ง


3. ระหว่างที่รอแอร์ฟิลเตอร์แห้ง ก็กลับมาดูดฝุ่นบริเวณแผ่นคอยล์เย็น แล้วฉีดสเปรย์โฟมล้างแอร์ให้ทั่วคอยล์เย็น ทิ้งไว้ 20 -30 นาที


4. เมื่อครบตามเวลาที่กำหนดไว้แล้ว ประกอบแอร์ฟิลเตอร์เข้าที่เดิม


5. ปิดฝาครอบด้านหน้าลง เปิดแอร์โหมดพัดลมไว้ที่ 24 องศา ทิ้งไว้ 45–60 นาที เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็น

วิธีนี้เป็นแค่การทำความสะอาดเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับการเติมน้ำยาแอร์ ไม่ควรทำเองเพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้เรียกช่างมาทำให้นะคะ


ข้อมูลจาก https://home.kapook.com/view143805.html

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive