Breaking Share-Si
Loading...

อย่ากินน้ำตาลหลัง 6 โมงเย็น เคล็ดลับหมอแอมป์ หนุ่มคงกระพัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


น้ำตาล! ของต้องห้ามหลัง 6 โมงเย็น : เคล็ดลับหมอแอมป์ หนุ่มคงกระพัน

ถูกแชร์และส่งต่อกันอย่างล้นหลามสำหรับเคล็ดลับความอ่อนเยาว์วัยของคุณหมอสุดหล่อน่าใสอย่างกับเด็กวัย 16 “หมอแอมป์” หรือ “นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ” ผู้อำนวยการศูนย์ Bangkok Royal Life Anti Aging Center โรงพยาบาลกรุงเทพ ถึงเคล็ดลับการดูแลร่างกายของเวชศาสตร์ชะลอวัยให้อายุเป็นเพียงตัวเลข ที่ผู้คนยังต้องทึ่งหลายผู้เชี่ยวชาญหรือเพจเฟซบุ๊ก Eat Clean Baby ที่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพยังตะลึง


น้ำตาลของห้ามหลัง 6 โมงเย็น

รวมไปถึงอะไรที่มีความหวานหรือน้ำตาลแอบแฝงในรูปแบบต่างๆ จำพวก ผลไม้ น้ำอัดลม เนื่องจากจะมีสารในน้ำตาลที่ทำให้ขัดขวางการหลั่งฮอร์โมนโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) ที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูร่างกายเวลานอนหลับ การรับประทานน้ำตาลจะส่งผลให้ร่างย่อยน้ำตาลไม่ทันทำให้น้ำตาลที่เหลือๆ จากการย่อยไปขัดขวางการซ่อมแซมทำให้ทำหน้าที่ได้อย่างไม่สมบูรณ์ การรับประทานน้ำตาลในช่วงเวลาดั่งกล่าวจึงขัดขวางความเยาว์วัยให้ได้รับการซ่อมแซมไม่เต็มที่ (ซึ่งในส่วนของโกรทฮอร์โมนทุกคนเมื่อมีอายุ 25 ปีขึ้นไปร่างกายจะผลิตโกรทฮอร์โมนลดลง 14% และลดลงแบบนี้ในทุก 10 ปี) นอนอย่าให้ขาด


ในช่วงเวลาที่หลายคนจะเน้นเรื่องการออกกำลังและการรับประทานอาหารคลีน ทว่าน้อยนักที่จะให้ความสำคัญเรื่องของการนอน โดยผอ.ตนุพล ได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งหากให้เลือกระหว่าง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร หมอแอมป์จะเลือกการนอน เพราะการนอนมีผลต่อระบบร่างกายมนุษย์เราเป็นอย่างมากในเรื่องของฮอร์โมนที่ถูกบั่นทอนการทำงานของระบบการทำงานภายในร่างกายที่จะทำให้ดูมีอายุมากแก่มากหรือว่าดูอ่อนเยาว์แก่ช้านั้นเอง

และนี่ก็คือเคล็ด(ไม่)ลับส่วนหนึ่งของนายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้อำนวยการศูนย์ Bangkok Royal Life Anti Aging Center โรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ได้ให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเวชศาสตร์ชะลอวัย โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามความรู้ดีๆ อาทิเรื่องการชะลอวัย เรื่องลดน้ำหนัก หรือฮอร์โมนในร่างกาย ได้อีกในคลิปช่องทางยูทูป Royallife Antiaging

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก Eat Clean Baby

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive