Breaking Share-Si
Loading...

บริหารก้นให้เด้งสวยอย่างนางแบบ ด้วยท่าบริหารง่ายๆ ทำที่ไหนก็ได้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


บริหารก้นให้เด้งสวยอย่างนางแบบ ด้วยท่าบริหารง่ายๆ ทำที่ไหนก็ได้

อยากมีก้นสวยๆ เรามี 3 ท่าบริหาร ที่ได้ผลจริง ช่วยให้คุณมี ก้นสวยๆ ไว้อวดหนุ่มๆ ด้วยล่ะ รีบไปติดตามกันค่า

เบื้องหลังก้นกลมกลึงอยู่ที่สิ่งนี้ค่ะ ท่าพิลาทีส บริหารช่วงกลางลำตัวก่อนบริหารส่วนล่างต่อสัก 1 เซอร์กิต ข้อมูลความรู้ใหม่ๆ เผยว่ามันเพิ่มพลังในการยกเวตได้ดีกว่าทําคาร์ดิโอปกติเสียอีก นั่นเพราะท่าบริหารเหล่านี้ต้องการความแข็งแรงจากกล้ามเนื้อช่วงลําตัว ซึ่งต้องบริหารร่วมกับกล้ามเนื้อขาและสะโพก การวอร์มอัพจะช่วยให้กล้ามเนื้อตื่นตัวและเตรียมพร้อมสําหรับการเวิร์กเอาต์ที่หนักขึ้น ก่อนทําท่าสควอตและเดดลิฟต์ แนะนําให้ฝึก 3 ท่าบริหาร เหล่านี้ ท่าละ 2 เซ็ต เซ็ตละ 10 ครั้ง แล้วพัก เฉพาะที่จําเป็นเท่านั้น รับรองก้นเด้งแน่นอน!




SINGLE-LEG CIRCLE

นอนหงาย เหยียดขาตรง วางแขนขนาบลําตัว เกร็งหน้าท้องขณะยกขาขวาขึ้น อีกข้างเหยียดตรง กดหลังให้ติดพื้นอยู่เสมอ แล้วหมุนขาเป็นวงกลมจากขวาไปซ้าย นับเป็น 1 ครั้ง สลับข้างทำ



DOUBLE-LEG STRETCH

นอนหงายและงอเข่าทั้งสองตั้งฉากกับพื้น 90 องศา ยกไหล่ลอยจากพื้นเล็กน้อย มือทั้งคู่แตะเข่าด้านนอก เกร็งหน้าท้อง เหยียดแขนไปทางศีรษะ ทํามุม 45 องศา พลางเหยียดขาให้ตรงชี้ไปทางปลายเท้าทํามุม 45 องศาเช่นกัน แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น นับเป็น 1 ครั้ง


SCSSORS

นอนหงายยกแผ่นไหล่ขึ้นจากพื้น ยกขาทั้งสองเหนือพื้น 2-3 นิ้ว จากนันค่อยๆ ยกหน้าแข้งขวาขึ้น โดยลําตัวด้านบนค้างไว้ตลอด ขณะที่คุณสลับขายกซ้าย-ขวา นับเป็น 1 ครั้งค่ะ

อย่าลืมวอร์มอัพ 3 ท่านี้ก่อนทําท่าสควอตและเดดลิฟต์ ทำเซ็ตละ 10 ครั้ง แล้วพักตามนี้ รับรองก้นเด้งแบบสาววิคตอเรียซีเคร็ทแน่นอน!

และก็อย่าลืมยืดเหยียด กล้ามเนื้อก่อน-หลังการออกกำลังกายเพื่อลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อด้วยนะคะ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive