Breaking Share-Si
Loading...

เผยคลิปหาชมยาก! งูกินหางตัวเองเป็นวงกลม เชื่อเป็นเครื่องรางชั้นยอด

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เผยคลิปหาชมยาก! งูกินหาง ที่โบราญว่าเป็นครื่องลางของขลังชั้นยอด

งูก้นขบน้อยตัวนี้กำลัง "กินหางตัวเอง" งูโง่อย่างแท้จริง 555

ความรู้ในเชิงวิทเค้าว่างูกำลังเครียด ในเชิงไสย นี่คือเครื่องลางของขลังชั้นยอด

ปล.คลิปจากคุณ tae เจ้าของงูคะ ขออนุญาตไม่ลงชื่อเฟสป้องกันคนแอดไปรบกวนคะ เหมือนจะเห็นคนขอซื้อเยอะ

ความเชื่อเรื่อง ของขลัง "งูกินหาง"

งูกินหาง หรือ บ่วงนาคบาศก์ หรือ บ่วงบาศก์นาคราช หรือ กินบ่เสี้ยง เป็นของทนสิทธิ์ คือ งูตาย โดยการกินหางของตัวเองเข้าไปแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุเพราะ อะไรถึงกิน เป็นของหายากมาก หลายท้องที่ก็จะเรียกกัน ชาวบ้านทางล้านนาภาคเหนือ ชอบเรียก กินบ่เสี้ยง หรือกินไม่หมด งูกินหางกันต่างคนต่างกิน ยิ่งกินก็ยิ่งรัดเข้าหากัน พอชนกันก็คลายออก จะกินหมดไม่ได้ เลยเรียก กินบ่เสี้ยง ตามตำนานนิยายโบราณก็มีการพูดถึง คือ ศรของอินทรชิต ที่ยิงแผลงไปเป็นงูรัดศัตรู และ พรานบุญ ก็ไปขอยืม บ่วงนาคบาศ จากพระยานาคราช เนื่องจากพรานบุญเคยช่วยเหลือ และให้สัญญา ว่าขออะไรก็ให้ ทั้งที่เป็นของสำคัญ และกลัวพรานบุญไม่คืน แต่ก็ให้เพราะรักษาคำพูด พรานบุญก็จับ กินรี หรือ กินนร ได้ และนำนาคบาศไปคืนพญานาคราช


ตามตำนานเชื่อว่า เป็นบ่วงเชือก ที่แข็งแรงที่สุด พญาครุฑเจ้าแห่งนก ก็กลัว บ่วงนาคบาศนี้เช่นกัน นาคทั่วไปไม่มี มีแต่ พญานาคราชเท่านั้นครับ ชาวบ้านโบราณจึงได้นำมาสร้าง เราจะเห็นตามผนังของวัด และผ้ายันต์โบราณต่าง ตามโบราณจารย์ท่านว่าไว้ว่า บ่วงนาคบาศก์ สามารถชนะได้ทุกอย่าง หรือ ชนะหมด ใช้ทำน้ำมนต์ เสริมดวง ป้องกันภูติผีและคุณไสย เป็นเมตตามหานิยมแคล้วคลาดปลอดภัย ค่าขายดี มีกินไม่อด มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม และเด่นด้านโชคลาภ เสริมดวงการพนันดีนัก

หมายเหตุ: บ่วงนาคบาศก์เป็นงูที่กินหางตัวเองตายนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ


Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive