Breaking Share-Si
Loading...

เรื่องนี้ดี อ่านให้เข้าใจ แล้วจะไม่โกรธใครอีกแล้ว แชร์ให้คนไทยได้อ่านกันเยอะๆ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เรื่องนี้ดี อ่านให้เข้าใจ แล้วจะไม่โกรธใครอีกแล้ว

วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออกไปธุระหลายวัน เลยฝากเณรน้อยให้ช่วยดูแล เณรน้อยก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี กล้วยไม้ก็ยิ่งงอกงามด้วยดี..

วัน หนึ่ง เณรน้อยต้องออกไปธุระ ก่อนออกไปได้เอากระถางไปวางตากแดดริมหน้าต่าง หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย ต้นกล้วยไม้หักเละ เณรน้อยกลับมาเห็นตกใจและเสียใจมาก และยังกลัวถูกหลวงพ่อตำหนิด้วย…


ไม่กี่วันหลวงพ่อกลับมา เณรน้อยก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัวเตรียมใจรับการถูกดุด่า แต่หลวงพ่อกลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้เณรน้อยประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะหลวงพ่อรักกล้วยไม้กระถางนี้มาก…

หลวงพ่อเพียงยิ้มๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าปลูกกล้วยไม้ ไม่ได้เพื่อไว้โกรธนะ”

คำง่ายๆ กลับกลายเป็นสัจธรรมปลดปล่อยวาง…

คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน…

คนเรารักกันก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน…

สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใครหรือเสียใจ…

ตอนมีต้องใส่ใจ ตอนเสียไปให้ปลดปลง ใจไม่ติดค้างใครก็พอแล้ว…

ถ้าคุณแค้น ชีวิตก็เต็มไปด้วยความแค้น…

ถ้าคุณนึกขอบคุณ ที่ใดๆก็เต็มไปด้วยเรื่องที่น่าขอบคุณ…

ถ้าคุณเติบกล้า การงานก็จะก้าวหน้า…

ไม่ใช่โลกนี้เลือกคุณ แต่คุณเป็นคนเลือกโลกใบนี้…

ฉะนั้น… ใจกว้าง และเมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวางแค่นี้ ก็สุขละโยม…

สังคมไทยเดี๋ยวนี้เต็มไปด้วยคนเลือดร้อน ที่เอะอะๆ ก็ “กราบ” มีตั้งแต่นักเรียนกราบครูหน้าเสาธง แอร์โฮสเตสกราบลูกของผู้โดยสารที่เป็นเด็กออทิสติก และล่าสุดคือคนขับรถเฉี่ยวชนต้องไปกราบรถหรู ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความอารมณ์ร้อน โกรธจนไม่ลืมหูลืมตา และคิดว่าการ “กราบ” หรือการที่อีกฝ่ายยอมศิโรราบให้ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วก็หาได้เป็นอย่างนั้นไม่ สิ่งที่ได้มีแต่ความสะใจเท่านั้น

ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องมีเหตุไม่สบายใจ โกรธกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ไม่อยากแสดงความก้าวร้าวออกไป เพราะอาจทำให้เรื่องบานปลายได้ เรามีเคล็ดลับง่ายๆ มาให้ลองฝึกกันค่ะ

1. นับ 1 ถึง 10

เคยได้ยินไหมคะ ว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่าง ถ้าเวลาทำให้คนอกหักกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมได้ เวลาก็ช่วยให้เราใจเย็นลงได้เช่นกันค่ะ วิธีง่ายๆ คือ ก่อนที่เราจะเอ่ยปากด่า หรือเดินเข้าไปทำร้ายใครอย่างที่สมองสั่ง ลองบังคับตัวเองหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วนับ 1 ถึง 10 ช้าๆ สติอยู่ที่ตัวเลขที่นับ ลืมคำพูด และความคิดต่างๆ ที่เข้ามาในหัวเมื่อกี้ออกไปทั้งหมด เหมือนกับการทำสมาธินั่นแหละค่ะ

2. ทำหูทวนลม

ในระหว่างที่เรากำลังให้เวลาเยียวยา ปัดเป่าความโกรธ อีกฝ่ายอาจยั่วโมโหเรามากขึ้นด้วยถ้อยคำ และการกระทำที่หยาบคายเพิ่มเติม ดังนั้นถ้าในสถานการณ์นั้น เราสามารถปิดหู ปิดตาได้ ให้ปิดให้หมด อย่าฟัง อย่าเห็นอะไรที่จะบันดาลโทสะเราเพิ่มเติม ตั้งหน้าตั้งตานับเลขไปก่อนค่ะ

3. ทำอะไรให้ช้าลง

เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเราหุนหันพลันแล่น ปล่อยให้อารมณ์ควบคุมการกระทำทุกอย่าง โดยไม่ได้ผ่านสมอง เพราะฉะนั้นลองทำอะไรให้ช้าลง พูดช้าลง เดินให้ช้าลง ทำช้าลง ต่อให้โกรธแค่ไหนก็ต้องบังคับตัวเองให้พูดช้าลง ทุกๆ คำที่พูดพยายามกลั่นกรองคำออกมาจากสมองเสียก่อน ว่าเป็นคำที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ หรือไม่ พูดไปแล้วจะได้อะไรดีๆ กลับมาหรือไม่ หากพูดเพราะเพียงอารมณ์ เลือกแต่คำหยาบคาย หรือตั้งใจกระแนะกระแหนใคร ให้เก็บคำเหล่านั้นไว้ในใจก่อน

4. นึกถึงคนอื่น นอกจากตัวเอง

เมื่อมีอารมณ์โกรธ เรามักนึกถึงแต่ตัวเอง โดยไม่สนใจผู้อื่น นอกจากไม่สนใจคู่กรณีว่าเขาจะมีเหตุผลใดๆ ที่เราไม่ทราบแล้ว ยังลืมนึกถึงคนที่เรารักอีกมากมาย ที่จะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเรา พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน คนสนิทต่างๆ อาจได้รับความอับอายจากการกระทำที่พวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรืออาจต้องเดือนร้อนดูแลรักษาพยาบาลเรา ไปประกันตัวเราจากสถานีตำรวจ หรือชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณี ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจากความโกรธเพียงเสี้ยววินาทีจริงๆ

5. ขอเวลาสงบสติอารมณ์

หากในสถานการณ์ตรงหน้าไม่ช่วยให้เราทำอะไรเหล่านั้นได้ อาจจะลองขอตัวเดินออกไปจากเหตุการณ์นั้น เพื่อหาที่เงียบๆ อยู่คนเดียว หรือกับคนที่เราไว้ใจ แล้วทำทุกอย่างตามข้อ 1-4 ที่ผ่านมา อาจใช้เวลา 10-30 นาทีก็ว่าไป บอกคู่กรณีให้เรียบร้อยว่าขอเวลาสักครู่ ให้ต่างคนได้พักหายใจหายคอสักครู่ รับรองว่าสติมาได้แน่ๆ

6. “ขอโทษ” ใช้ให้เป็น

คำง่ายๆ ที่หลายคนมักไม่ค่อยพูด เพราะมีทิฐิสูง การพูดขอโทษไม่ได้หมายความว่าเราเป็นฝ่ายผิดในเหตุการณ์นั้นเสมอไป เราอาจขอโทษที่ทำให้เราทั้งคู่เสียเวลา ขอโทษที่ก่อนหน้านี้แสดงอารมณ์ไม่ดีออกไป ขอโทษที่เมื่อกี้หนีออกมาก่อน ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราพูดขอโทษได้ เมื่อไรที่เราพูดขอโทษ อีกฝ่ายจะรู้สึกดีขึ้น อารมณ์เย็นขึ้น อาจประนีประนอมได้ง่ายขึ้นด้วย

7. รู้จัก “ให้อภัย”

คำนี้ดูเหมือนยากสำหรับหลายๆ คน แต่ในเหตุการณ์บางอย่างที่เล็กน้อย เราสามารถให้อภัยซึ่งกันและกันได้อย่างง่ายๆ และจะทำให้เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพียงเพราะเรามีใจ “ให้อภัย” ไม่ว่าบริการจะเสิร์ฟอาหารผิด โดนขับรถปาดหน้า หรือโดนคนแปลกหน้าเหยียบเท้า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เราสามารถดำเนินชีวิตต่อได้อย่างมีความสุข หากเราสามารถให้อภัย และปล่อยผ่านกับการกระทำเหล่านี้ไปได้

8. อยู่เฉยๆ ให้กฎหมายจัดการ

การใช้อารมณ์อยู่เหนือกฎหมาย คือนิสัยนักเลง บ้านเมืองเรามีกฎหมายที่สามารถเอาผิดผู้ที่กระทำความผิดได้ หากเรามั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราควรอยู่เฉยๆ นิ่งๆ แล้วรอให้กฎหมายจัดการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดเอง เพราะหากเรายิ่งพูด ยิ่งแสดงออกถึงอารมณ์โกรธมากเท่าไร อาจเสียรูปคดีจนเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายทั้งๆ ที่เราไม่ผิดเมื่อนั้น

สังคมเราจะน่าอยู่ หากเราใช้ชีวิตอย่างมีสตินะคะ “คนไทยต้องรักกัน” ตามคำพ่อสอน จดจำกันให้ดีๆ ค่ะ

ที่มา : sanook.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive