Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตรทำซุปหอมแดงขิง กินป้องกันการสูญเสียการมองเห็น ชามือ-เท้า

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


คนรักสุขภาพห้ามพลาด!! แจกสูตรทำซุปหอมแดงขิง กินป้องกันการสูญเสียการมองเห็น ชามือ-เท้า

ผลข้างเคียงจากเบาหวาน หัวหอมช่วยได้ ?

ผู้ป่วยเบาหวานส่วนหนึ่งมักมีปัญหามากเกี่ยวกับภาวะเส้นเลือดแข็งตัว เนื่องจากน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดนั้นรวมกลุ่มเกาะกันแน่น อุดตัดเส้นเลือด จนไม่สามารถนำสารอาหาร และอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงส่วนปลายสุดของอวัยวะต่างๆ ผ่านเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ได้


จึงส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียการมองเห็น ชาตามปลายมือปลายเท้า เกิดแผลที่หายช้าจนบางรายต้องตัดเท้า เพราะภาวะเนื้อตาย สุดท้ายจบที่ภาวะไตวาย เพราะหน่วยไตอุดตันไปด้วยน้ำตาล หน่วยไตทำงานไม่ได้ ขับน้ำออกจากร่างกายไม่ได้จนเกิดท้องบวมน้ำ!!

อาการเหล่านี้ คนไข้ต้องรีบดูแลให้น้ำตาลในเลือดอยู่ในสภาวะปรกตินะครับ หากทิ้งไว้ให้น้ำตาลในเลือดสูงมาก เป็นเวลานาน ผลข้างเคียงที่กล่าวมาจะถามหาท่าน.

ผมแนะนำคนไข้เสมอเรื่องจากควบคุมน้ำตาล ทั้งการใช้ยาสมุนไพร ควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย แต่วันนี้แนะนำอาหารเป็นยาตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดเส้นเลือด สลายการอุดตัน ช่วยย่อย คลายกล้ามเนื้อ

สูตรซุปหอมแดงขิง

หอมแดง 60 กรัม

ขิงสด 15 กรัม

ตุ๋นทั้งสองในน้ำสัก 3-4 ถ้วย จนหอมแดงเปื่อย อาจใช้เวลาสักหน่อย ปรุงรสได้เล็กน้อยเพื่อความอร่อย ดื่มบ่อยๆช่วงเช้า หรือเย็น ไม่ควรดื่มตอนกลางวันครับ ยาออกฤทธิ์ร้อน กระจายลมและขับเสมหะได้ดี

ใครรู้ตัวว่ากำลังเป็นเบาหวานอยู่ และน้ำตาลในเลือดเกิน 150 mg/dL ทำซุปนี้ทานบ่อยๆได้เลยครับ

คนไข้โรคเบาหวานทานชาเบาหวาน และชาอาโป ค่าน้ำตาลจะค่อยๆลดลง สามารถทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ครับ สูตรเคยให้ไปแล้ว ลองค้นดูครับ(ใครไม่สะดวกปรุง ที่คลินิกมีจำหน่ายครับ)

ข้อมูลสุขภาพจาก...คลินิกสมุนไพรหมอศุภการแพทย์แผนไทย

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive