Breaking Share-Si
Loading...

สำคุญมากอัพเดทล่าสุด! มาดูกันว่าทำใบขับขี่ใหม่-ต่ออายุ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


อัพเดทล่าสุด! มาดูกันว่าทำใบขับขี่ใหม่-ต่ออายุ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง แชร์เก็บไว้เลย

การขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือใบขับขี่ ในปัจจุบันมีขั้นตอนที่ผู้ขอรับควรจะศึกษาให้เข้าใจเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินการ

1.การขอรับใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว ขอใหม่ ต้องเตรียมบัตรประชาชนตัวจริงและใบรับรองแพทย์


2.การขอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว เป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) หรือเรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆ เปลี่ยนใบขับขี่ชั่วคราวเป็น 5 ปี เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ใบรับรองแพทย์ และใบขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ

3.การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) เตรียมแค่ บัตรประชาชนตัวจริง และใบขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ แต่ถ้าปล่อยให้หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบด้วย

4.การขอใบอนุญาตขับรถหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะจะ ต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชน บัตรประชาชนตัวจริง ใบรับรองแพทย์ และต้องแสดงใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลหรือใบอนุญาตขับรถสาธารณะด้วย


5.ทั้งนี้ การขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่และต่ออายุ สามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ และใช้เอกสารแบบเดียวกันทั้งหมด

ซึ่งในวันที่ 1 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป ใบรับรองแพทย์ที่ต้องใช้ยื่นประกอบ ต้องใช้ “ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง” มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ไปขอใบรับรองแพทย์จนถึงวันที่มาสมัคร




ดังนั้น เพื่อความชัดเจนขอให้แจ้งกับคลินิกหรือสถานพยาบาลให้ชัดเจนว่า ขอใบรับรองแพทย์ สำหรับประกอบการขอรับใบขับขี่ เพื่อให้ได้รูปแบบที่ถูกต้องและมีข้อมูลการตรวจที่ครบถ้วนสมบูรณ์

ลองไปดูหน้าตาใบรับรองแพทย์ที่แพทยสภาพรับรองกันสักหน่อย https://gnews.apps.go.th/news?news=13942

ข้อมูลจาก FM91 Trafficpro

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive