Breaking Share-Si
Loading...

มาเปลี่ยนพุงยื่นๆเป็นพุงแบน ใน 5 นาที กับ 4 ท่าลดหน้าท้องพร้อมทั้งเคล็ดลับลดพุง

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


มาเปลี่ยนพุงยื่นๆเป็นพุงแบน ใน 5 นาที

ถ้าคุณรู้สึกอึดอัดหน้าท้อง จนแทบจะใส่ยีนส์ตัวโปรดของคุณไม่ได้ นี่เป็นเทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยคุณลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน กับ 4 ท่าลดหน้าท้องพร้อมทั้งเคล็ดลับลดพุง


เชื่อว่า การเข้ายิมหรือฟิตเนส คงกลายเป็นเรื่องลำบากสำหรับสาวๆ สมัยนี้ไปแล้วใช่ไหมคะ ไหนจะหาเวลาไม่ได้ เพราะจันทร์ถึงศุกร์ก็ทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็อยากจะนอนพัก ไหนจะคนเยอะ ไม่กล้าเล่น จึงไม่แปลกเลยล่ะค่ะที่สาวๆ หลายคนจะโอดครวญว่า ขาใหญ่แล้วนะบ้างล่ะ พุงล้ำหน้าบ้างล่ะ นั่นก็เพราะสาวๆ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกันนั่นเองค่ะ แต่วันนี้เรามีตัวช่วยมาให้สาวๆ แล้วค่ะ กับท่าออกกำลังกายง่ายๆ 4 ท่า ที่ใช้เวลาแค่ 5 นาที แถมไม่ต้องเดินทางไปฟิตเนสให้เหนื่อย รับรองค่ะว่า ถ้าสาวๆ ทำตามคลิปนี้ทุกวัน พุงใหญ่ๆ ที่เคยมีจะหายวับแน่นอน!

พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย



ท่าที่ลดหน้าท้องท่าที่ 1



ท่าที่ลดหน้าท้องท่าที่ 2



ท่าที่ลดหน้าท้องท่าที่ 3



ท่าที่ลดหน้าท้องท่าที่ 4

นอกจาก 4 ท่านี้แล้วเรายังมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆมาแนะนำกันอีกด้วยสำหรับสาวๆที่อยากพุงราบแบน

1. ขยับเขยื้อนตัวให้บ่อยที่สุด

อย่ามัวนั่งจุ้มปุ้กอยู่บนโซฟาหรือนอนแกร่วบนเตียง เพราะจะทำให้คุณอึดอัดมากขึ้น การขยับตัว เดินไปเดินมาในบ้านหรือเดินขึ้นลงบันได จะช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น

2. ดื่มชา

ค่อย ๆ จิบชา ก็พอช่วยได้ เพราะในชา มีสารที่มีคุณสมบัติในการขับน้ำส่วนเกินออกมาจึงช่วยทำให้กระเพาะหดตัวลง

3. งดอาหารเค็มหรืออาหารที่มีเกลือ

เกลือทำให้หน้าท้องคุณป่องได้ เพราะความเค็มของเกลือจะเป็นตัวกักเก็บน้ำส่วนเกินไว้ จึง ทำให้รู้สึกอึดอัดแถวๆหน้าท้อง

4.ทานอาหารมื้อเล็ก ๆ

แบ่งอาหาร 1 มื้อ เป็น 2 มื้อ และเน้นอาหารแคลอรี่ต่ำ เช่น โยเกิร์ตพร่องไขมัน ผักสด หรือผลไม้ อาจทานทุก 2-3 ชั่วโมง แต่เป็นจานเล็ก ๆ แทน

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive