Breaking Share-Si
Loading...

เด็กติดอยู่ในรถ พ่อลืมกุญแจ เหตุการณ์จริง และการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เด็กติดอยู่ในรถ พ่อลืมกุญแจ เหตุการณ์จริง และการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

เรียกได้ว่าเรื่องราวที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้กำลังเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตให้ความสนใจและแชร์กันเป็นอย่างมาก สำหรับ คลิปของหนูน้อยรายหนึ่งที่กำลังติดอยู่ในรถ เด็กน้อยไม่สามรถออกมาจากรถได้ ซึ้งพ่อของเด็กนั้นก็มีสติเป็นอย่างมาก ได้พูดคุยให้หนูน้อยเข้าใจและบอกให้ว่าต้องกดปุ่มรีโมทเพื่อปลดล็อคประตูนะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กน้อยจะทำได้ และเปิดประตูได้สำเร็จ หนูน้อยทำตามที่พ่อบอกทุกอย่าง โดยที่ไม่ร้องห้ไม่ตกใจเลยสักนิด เรามาชมคลิปนี้กันเลยดีว่าค่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง


วิธีฝึกเด็กเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถ

วิธีที่ 1. สอนเปิดประตูรถ

สอนและชี้ให้เด็กๆ รู้ว่าจุดเปิดประตูรถอยู่บริเวณไหน ทั้งรถเก๋งและรถตู้เลยนะคะ (เพราะที่เปิดไม่เหมือนกัน) และเปิดในลักษณะยังไง ลองเปิดให้เขาดูและให้เขาลองใช้มือเปิดด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความจดจำ

วิธีที่ 2 ปลดล็อก

กรณีที่รถล็อกและเด็กติดอยู่ในรถเพียงลำพัง หรือผู้ปกครองเองดันลืมกุญแจไว้ภายในรถ จนทำให้ไม่สามารถช่วยเด็กออกมาได้ หรือแม้แต่จะพยายามบอกให้เด็กกดปลดล็อก เชื่อว่าวินาทีที่ตกใจแบบนั้นและไม่เคยรู้วิธีกดมาก่อนเลย จะไม่สามารถทำตามได้แน่นอน ดังนั้นควรฝึกให้เด็กกดปลดล็อกด้วยตัวเองได้

วิธีที่ 3 เปิดกระจก

นอกจากการเปิดประตูและปลดล็อกแล้ว ยังต้องสอนการเปิดกระจกรถเพื่อให้อากาศถ่ายเทอีกด้วย โดยฝึกให้เขาเปิดกระจก (กรณีรถตู้ หรือกระจกแบบมือหมุน) ใช้มือบีบและดันกระจก อาจต้องใช้แรงพอสมควร เพื่อเปิดกว้างแบบนี้ ยังไงก็อย่าลืมทำให้เห็นเป็นตัวอย่างบ่อยๆ นะคะ

วิธีที่ 4 บีบแตรรถ

หากทำตาม 3 วิธีด้านบนด้วยตัวเองไม่ได้ การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ด้านนอก ด้วยการบีบแตรให้ทราบ จึงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย ฝึกเด็กให้รู้จักข้ามไปที่เบาะคนขับ และกดบีบแตรตรงกลางพวงมาลัย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยากฝากขอแนะนำผู้ปกครอง พนักงานขับรถรับ-ส่งนักเรียน และครูอาจารย์ ให้เตือนตนเอง ดังนี้

1.นับจำนวนเด็กก่อนขึ้นและหลังลงจากรถทุกครั้ง

2. ก่อนล็อคประตูรถ ตรวจดูให้ทั่วรถกันอีกสักนิด หันหลังไปดูกันอีกรอบ

3. อย่าทิ้งเด็กไว้เพียงลำพังแม้ช่วงเวลาสั้นๆ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive