Breaking Share-Si
Loading...

สาวๆต้องรู้ อาหารที่กินแล้วขาจะใหญ่ ใครที่ชอบกินต้องดูไว้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สาวๆ"ต้องรู้ อาหารที่กินแล้ว "ขาจะใหญ่"

“อาหารที่กินแล้วขาใหญ่” สาวๆที่ได้ยินแล้วคงตกใจใช่มั้ยคะ ว่าอาหารอะไรกินแล้วขาใหญ่ ขอบอกเลยว่าเป็นอาหารที่หลายๆคนชอบกิน และก็เป็นอาหารที่หากินได้ง่ายอีกด้วย

นั่นก็คือ “ยำและส้มตำ” นั่นเองค่ะ   เนื่องจากอาหารรสเผ็ดมีทั้งรสเผ็ด เปรี้ยว หวานซึ่งช่วยกันกลบรสเค็มไว้ ทำให้ความเค็มที่มาจากโซเดียมซึ่งมีคุณสมบัติอุ้มน้ำไว้ในเนื้อเยื่อไหลลงสู่ที่ต่ำ


ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สาว ๆ ที่ชอบกินอาหารรสเผ็ดต้องนั่งกลุ้มกุมขมับกับปัญหาขาใหญ่อย่างไม่รู้สาเหตุ สาวๆคนไหนที่ชอบกินยำและส้มตำ ถ้าไม่อยากขาใหญ่ก็ลองลดๆดูบ้างนะคะ

และควรเลือกกินอาหารที่มีผักและผลไม้ ทั้งยังต้องหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรูปร่างที่สวยงามและสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากนี้อาจแก้ปัญหาขาใหญ่ได้ด้วยการนวดกดจุด โดยการนวดเอาน้ำที่บวมคั่งในกล้ามเนื้อขาออกไปทางระบบน้ำเหลือง ซึ่งจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ แล้วขาของคุณผู้หญิงก็จะค่อย ๆ เล็กลง กลับมาเรียวสวยเหมือนเดิม



3 พฤติกรรม ที่จะทำให้ขาใหญ่ โดยไม่รู้ตัว

1. ชอบนั่งไขว้ขา

นี้แค่ข้อแรก....ต้องมีสาวๆ กรี๊ดสลบกับข้อนี้แน่ๆ เพราะมันเป็นท่านั่งสำหรับสาวๆ แบบเราเลย นอกจากจะสบายแล้ว ยังเป็นท่าที่เรียวขาดูดีสวย ยาวสุดๆ แตรู้กันไหมจ๊ะว่าการนั่งแบบนี้น่ะ มันจะเป็นอุปสรรคต่อการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองทำให้เกิดอาการบวมน้ำในร่างกาย ขาหนาได้เลยล่ะ บรึ๊ย!!!

2. ใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ

แน่นอนว่ารองเท้าที่เหมือนเกิดขึ้นมาเฉพาะสาวสวยแบบเรา ก็คือรองเท้าส้นสูง เวลาใส่ที่ไรนอกจากจะช่วยเพิ่มความสูงแล้ว ยังทำให้ดูเพียว โปร่ง ไม่ตัน.....แต่!!! ต้องระวังนิดนะจ๊ะ เพราะถ้าใส่เดิน หรอยืนนานเกิดไป น่องที่แบกน้ำหนักไว้ จะขึ้นกล้ามเนื้อปูดๆ รากฐานแข็งแรงให้เราแน่นอน

3. ไม่ยอมเข้าห้องน้ำบ่อยๆ

สาวๆ คนไหนที่ชอบดื่มน้ำ แต่ติดงาน บางคนก็ขี้เกียจเดินไปเข้าห้องน้ำบ่อย แบบนี้สามารถทำให้ร่างกายบวมน้ำได้เลยนะ และไม่เพียงแต่ตัวบวม แน่นอนบวมไปถึงขาด้วยนะตัวววววว ~

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive