Breaking Share-Si
Loading...

เผยเคล็ดลับนึ่งข้าวเหนียวสูตรโบราณ แช่เย็นยังไงก็ไม่แข็ง ทิ้งค้างคืนก็ยังนุ่ม..หอม น่ากิน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


7 ขั้นตอน นึ่งข้าวเหนียว สูตรโบราณ แช่เย็นยังไงก็ ไม่แข็ง ทิ้งค้างคืนก็ยังหอม

ข้าวเหนียวถือว่าเป็นที่นิยมในทั่วทุกภาค ไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่นิยมทานข้าวเหนียว ต่างประเทศเองในแถบประเทศเพื่อนบ้านเราก็นิยมทานเช่นเดียวกัน  แต่ใครจะรู้ว่าวิธีการนึ่งข้าวเหนียวนั้นยุ่งยากกว่าการหุงข้าวทั่วไปซะอีก เพราะว่าหากทำอย่างไม่พิถีพิถันแล้วละก็เดาได้เลยว่า ไม่แข็งเกินไป ก็แฉะเกินไป แถมโดนลมนิดหน่อยก็ปาหัวแตกได้แล้ว


เทคนิคง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนข้าวเหนียวแข็งๆ มาเป็นข้าวเหนียวนุ่มๆ กินกี่ทีก็ยังคงความอร่อย ถ้าได้หมูฝอย หรือไก่ทอดสักชิ้น พร้อมส้มตำนี่ ไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว ว่าจะมีความอร่อยมากแค่ไหน จะมีวิธีทำอย่างไรบ้าง ลองมาดูกันเลย

วิธีทำ

1. นำข้าวเหนียวเก่า แช่น้ำนาน ประมาณ 6 ชม. ส่วนข้าวเหนียวใหม่แช่น้ำนาน 3 ชม.



2. แช่เสร็จแล้วอย่าเอาน้ำแช่ข้าวทิ้งเด็ดขาดสำคัญมาก น้ำแช่ข้านี้เรียกว่า “น้ำหม่า” เก็บใส่ชามแช่ตู้เย็นไว้ ( น้ำหม่า อันนี้เรียกว่าหัวเชื้อเอาไว้แช่ข้าวในวันต่อไป บางเคล็ดลับโบราณที่ว่า คือจะนำเอาน้ำหม่าที่ว่าเป็นหัวเชื้อ เทเติมตอนแช่ข้าวในวันต่อๆไป 1 ถ้วย และอีก 1 ถ้วย เอามาพรมข้าวเหนียวที่กำลังนึ่งในหวดที่ใกล้จะสุกนั่นเอง )

3. หลังจากแช่ข้าวเหนียวเสร็จแล้วก็นำมาใส่หวดนึ่งปกติ



4. พอข้าวใกล้จะสุกแล้วนำน้ำหม่าที่เก็บไว้ในตู้เย็นมาพรมๆปริมาณ 1/3 ถ้วย แล้วใช้ไม้พายคนจากด้านล่างขึ้นบนทั่วๆ เบาๆ หรือจะทำวิธีแบบโบราณก็ได้คือกระดกหวดสัก 2-3 ครั้ง ให้ข้าวเหนียวในหวดผสมกันให้หมดและนึ่งต่อ

5. ทำแบบข้อที่ 4 ไปทั้งหมด 3 ครั้ง โดยกะปริมาณน้ำหม่าให้พอสำหรับ 3 ครั้ง และรอข้าวเหนียวสุกได้ที่

6. หลังจากสุกแล้ว ยกลงจากเตาห้ามเปิดฝาอย่างน้อย 15 นาที หลังจากนั้นก็จัดเก็บข้าวเหนียวตามปกติ



เป็นยังไงกันบ้าง สามารถนำไปลองทำกันได้เลย วิธีไม่ยุ่งยากเพียงแค่ต้องละเอียดในการทำก็เท่านั้นเอง แค่นี้ก็สามารถหุงข้าวเหนียวที่นุ่ม แม้นำไปแช่เย็นก็ไม่แข็ง หากชอบก็อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนๆ กันด้วย


ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันสอนอาชีพชี้ช่องรวย , sharesod.com , chonburipost

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive