Breaking Share-Si
Loading...

แม่บ้านห้ามพลาด วิธีทำความสะอาดถังเครื่องซักผ้า ไม่ยากอย่างที่คิด สะอาดเอี่ยม

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


คุณแม่บ้านห้ามพลาด!! วิธีทำความสะอาด "ถังเครื่องซักผ้า" ไม่ยากอย่างที่คิด สะอาดเอี่ยม

“เครื่องซักผ้า” กลายเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้านที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่ามันยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคด้วยเช่นกัน


เมื่อพูดถึงเรื่องการทำความสะอาดเครื่องซักผ้า หลายคนใช้น้ำยาซักผ้าขาว หรือ ไฮเตอร์ เทลงไปในถังโดยตรง รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้ววิธีแบบนี้จะทำให้เครื่องพังเร็วขึ้นด้วย ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังคงทำวิธีนี้อยู่เพราะคิดว่ารวดเร็วและสะดวกขอให้เลิกซะตั้งแต่เดี๋ยวนี้!

และยังมีอีกปัญหาที่หลายบ้านคิดว่าไม่น่าจะเกิดจากเครื่องซักผ้านั้นก็คือ "ภูมิแพ้" หรือผิวหนังเกิดคันๆๆอย่างไม่รู้สาเหตุ ที่จริงล้วนมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากสิ่งสกปรกในเครื่องซักผ้า เพราะฉะนั้นวันนี้แอดมินจึงวิธีทำความสะอาด “เครื่องซักผ้า” ที่มีประสิทธิภาพมาฝาก

ง่ายๆ เพียง 7 ขั้นตอน

1.หาผ้าขนหนูขนาดพอดีใส่ลงไปในกะละมัง จากนั้นเทน้ำส้มสายชู 300 มิลลิลิตรลงไปให้ทั่วจนผ้าจนหนูเปียก

2.ใส่ผ้าขนหนูที่เปียกชุ่มด้วยน้ำส้มสายชูลงไปกดปุ่ม "โหมดปั่นแห้ง" ในเครื่องซักผ้าประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้น้ำส้มสายชูจะกระจายไปทั่วถังเป็นการทำความสะอาดถังซักผ้านั้นเอง

3.เมื่อเครื่องหยุดปั่นแล้วก็ให้ทิ้งไว้แบบนั้น 1 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำส้มสายชูที่กระจายทั่วถังทำปฏิกิริยา

4.จากนั้นนำผ้าออก เทเบกกิ้งโซดาลงไปในถังซักผ้าประมาณ 200 กรัม

5.กดปุ่มเปิดเครื่องเพื่อให้เทน้ำลงมาในถังให้เลือกระดับน้ำที่สูงที่สุด

6.กดปุ่มซักผ้าตามปกติ 5 นาที เพื่อให้ถังหมุนไปมา จากนั้นแช่ถังไว้แบบนี้ 2 ชั่วโมง

7.สุดท้ายกดปุ่มซักผ้าอีกครั้งแล้วปล่อยน้ำทิ้งได้ จำไว้ว่าต้องกดปุ่มซักผ้า 2 ครั้งแบบนี้ ก็จะได้ถังซักผ้าที่สะอาดเอี่ยมแล้ว

จำไว้ว่าต้องหมั่นทำความสะอาดถังเครื่องซักผ้าเป็นประจำ

ชมคลิป



ที่มา:โลกของโฮ่ง

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive