Breaking Share-Si
Loading...

“เรื่องนี้ดีมาก ใครได้อ่านจะให้จิตเป็นสุขทันที ทันตา ทันใด”

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ณ ครั้งพุทธกาล… พระพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่กลางป่า ช่วงปลายฝน ต้นหนาว มีชายคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพ เป็นคนเลี้ยงโค (นายโคบาล) ได้มาพบเข้ากับพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่ทราบว่าเป็น พระพุทธองค์ จึงเข้าไปถามว่า


นายโคบาล : “ขอโทษขอรับ ท่านเป็นใคร ?”

พระพุทธเจ้า ทรงตรัสตอบว่า : “เรา ตถาคต”

นายโคบาล ตกใจ บอกว่า : “พระองค์มานั่งอยู่กลางป่าได้อย่างไร พระองค์มีความสุขไหม ?”

พระพุทธองค์ จึงทรงตรัสตอบว่า : “เธอรู้ไหม ในบรรดาคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันเป็นหนึ่งในนั้น”

นายโคบาลได้ยินพระดำรัสเช่นนั้น ถึงกับตัวชาและมีความปิติ ด้วยอำนาจของพระพุทธองค์

พระพุทธองค์ ตรัสถามต่อว่า : “เธอกำลัง ทำอะไร”

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : “กระหม่อมฉัน ตามหาวัว 16 ตัว ขอรับ”

พระพุทธองค์ ตรัสถามว่า : “แล้วตอนนี้ วัว อยู่ไหน”

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : “วัวหาย ทั้งหมดเลยขอรับ”

พระพุทธองค์ ตรัสถามว่า : “เธอ คิดว่าฉันมีวัวไหม?”

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : “ไม่มี ขอรับ”

พระพุทธองค์ ตรัสถามต่อว่า : “คน ไม่มีวัวอย่างฉัน มีโอกาสทุกข์เพราะไม่มีวัวไหม ?”

นายโคบาล ตอบว่า : “ไม่มี ขอรับ”

พระพุทธองค์ ตรัสว่า : “เห็นไหมว่า คนมีวัว ทุกข์เพราะวัว คนไม่มีวัว ก็ไม่ทุกข์”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : “ในเมืองนี้ ใครมีอำนาจ มีเงินทองมากที่สุด ?”

นายโคบาล ตอบว่า : “พระเจ้าพิมพิสาร ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : “พระเจ้าพิมพิสาร มีอำนาจเงินทองที่สุดในเมือง มานั่งเล่นกลางป่าอย่างฉัน ได้ไหม”

นายโคบาล ตอบว่า : “ไม่ได้ ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : “ก็มีอำนาจ เงินทองขนาดนั้น ทำไมมานั่งเล่นอย่างฉันไม่ได้ ?”

นายโคบาล ตอบว่า : “ถ้าพระเจ้าพิมพิสาร ออกมานั่งเล่นชายป่า อย่างพระองค์ ก็จะถูกปฏิวัติได้ขอรับ”

พระพุทธเจ้า ตรัสส่งท้ายว่า : “เห็นไหม ระหว่างฉันกับพระเจ้าพิมพิสาร ใครมีความสุขกว่ากัน”

นายโคบาล ตอบกลับอย่างแจ้งในปัญญา : “พระพุทธองค์ ขอรับ”



พระพุทธศาสนา สอนว่า วิถีแห่งความสุขไม่ได้อยู่ที่ความมี หรือ ความจน อยู่ที่เรา ยินดีในสิ่งที่มี รู้จักพอดีในสิ่งที่ได้ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว

โค 16 ตัว ที่ทุกคนเลี้ยงไว้ มีตั้งแต่ พระราชา เศรษฐี ประชาราษฎร์ทั่วไป พ่อค้า ฯลฯ พระพุทธเจ้าไม่มี พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่มี พระอรหันต์ไม่มี

พระอนาคา พระสกิทาคา พระโสดาบัน มีน้อย ปุถุชนทั่วไปมีมากหนาแน่น … เรียกว่า # อุปกิเลส 16

อุปกิเลส (อ่านว่า อุปะกิเหลด) แปลว่า ธรรมชาติที่ทำให้ใจเศร้าหมอง, เครื่องทำให้ใจเศร้าหมอง หมายถึง ‎สิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัวไม่แจ่มใส‬ ทำให้ใจหม่นไหม้ ทำให้ใจเสื่อมทราม กล่าวโดยรวมก็คือสิ่งที่ทำให้ใจสกปรก ไม่สะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง

อุปกิเลส แสดงไว้ 16 ประการ คือ

- ความเพ่งเล็งอยากได้ไม่เลือกที่

- ความพยาบาท

- ความโกรธ

- ความผูกเจ็บใจ

- ความลบหลู่บุญคุณ

- ความตีเสมอ

- ความริษยา

- ความตระหนี่

- ความเจ้าเล่ห์

- ความโอ้อวด

- ความหัวดื้อถือรั้น

- ความแข่งดี

- ความถือตัว

- ความดูหมิ่น

- ความมัวเมา

- ความประมาทเลินเล่อ ดังนี้แล

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก : Dhammasb และ chonburipost

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive