Breaking Share-Si
Loading...

แชร์ไปให้ระวัง! อันครายมากเหรียญติดคอเด็ก บ้านไหนมีเด็กเล็กต้องดูไว้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แชร์ไปให้ระวัง! อันครายมากเหรียญติดคอเด็ก บ้านไหนมีเด็กเล็กต้องดูไว้

เพจ Likenow Kids Video ได้โพสคลิปเป็นอุทาหรณ์สำหรับใครที่ไม่ได้ระวัง และเด็กนำเหรียญไปอม ซึ่งมันจะก่ออันตรายเป็นอย่างมากให้กับเด็ก

ซึ่งคนที่ต่างได้ชมก็พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าอันตรายมากๆ


มาดูคอมเม้นของชาวเน็ตกัน

คุณ Thanapin Khumpoo : เลี้ยงเด็กเลี้ยงลูกต้องระวังๆๆๆให้มากๆๆๆ.เคสนี้ยังโชคดีมากๆๆๆ.ที่เหรียญหรือวัตถุที่ติดคอไม่ได้"บล็อคคอ"จนหายใจไม่ได้.เพราะเวลาของติดคอลูก.พ่อ-แม่น้อยคนนักที่จะมีสติและรู้วิธีแก้ไขให้ทุเลาหรือหายก่อนถึงมือหมอได้.ส่วนใหญ่สติแตกแหกปากร้องแล้วก็ทำอะไรกันไม่ถูก.!!?ฉนั้นวิชาความรู้ควรจะศึกษาไว้บ้าง.เพื่อชีวิตของคนที่คุณรัก





คุณ Sometime Mj : ลุกเราเคยตอน3ขวบ รอหมอเกือยบชั่วโมง กว่าจะได้คีบออก คิดว่าเค้าคงประเมินแล้วไม่เข้าหลอดลมมั้ง เลยให้รอ แต่ใจคอคนเป้นพ่อแม่อ่ะเนอะใจจะขาด

คุณ Aun Anucha : ต้องรู้จักสอนเด็กอย่าอมของ อย่าอมเหรียญหรือคาบเหรียญ มันสกปรกทั้งต่อเด็กเอง เอาไปซื้อของก็น้ำลายสกปรกคนอื่นอีก เคยมีเด็กมาซื้อของที่ร้าน แม่งคายเหรียญออกมาจากปากต่อหน้า คือมึงจะให้กุจับทั้งน้ำลาย?

คุณ Numkang T'Thanawat Yardmi : ไม่ใช่เรื่องตลกนะ แต่ผมเคยผ่านมาแล้ว เหรียญ​10 ติดคอ นิสัยเด็กก็คือเด็ก ตอนนั้น 3ขวบกว่าเอง จำได้ว่าเหรียญคาอยู่หลอดอาหาร ดีที่เลยหลอดที่เปิด-ปิดหลอดลมไป ไม่งั้นตายตอนนั้นแน่ๆ แต่ลำบากนะ กินอาหารไม่ได้ รู้สึกเหมือนมีคนบีบคออยู่ตลอด กินน้ำยังเจ็บเลย

คุณ มนตรี ยอดสิงห์ : เก่งมากครับคุณหมอ ช่วยคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เดาว่าอาจจะเป็นวันหยุดของคุณหมอ แต่ก็รีบมาด้วยใจทำด้วยใจ อาชีพนี้ไม่มีเวลาพักอย่างจริงจัง จะนอนจะเที่ยวจะทำอะไร โทรมาต้องรีบไปนี่หละหมอที่โลกต้องการ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive