Breaking Share-Si
Loading...

จำเอาไว้! ไม่มีใครทำให้เรามีความสุข..ได้มากไปกว่า “ตัวเราเอง”

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ไม่มีใครทำให้เรามีความสุข..ได้มากไปกว่า “ตัวเราเอง”

ความรู้สึกทุกข์ เหงา เศร้า ที่เกิดขึ้นกับจิตใจเรา

แท้จริงแล้ววิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด คือ

การแก้ที่ใจของเราเอง

เพราะแม้คนอื่นจะคอยพร่ำบอกหรือชื่นชมว่าชีวิตคุณดี ชีวิตคุณน่าอิจฉาเพียงใด

แต่หากตัวคุณเองยังรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นหรือมีอยู่คุณก็ทุกข์ใจอยู่ดี

ในทางกลับกันแม้คนรอบข้างจะมองว่าชีวิตคุณช่างน่าเศร้า โดนคนรักทิ้ง เจ้านายไม่ปลื้ม ฯลฯ

แต่หากใจคุณไม่ทุกข์ด้วยเสียอย่าง ความสุขและรอยยิ้มก็จะยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าคุณได้เสมอ


และหากวันนี้คุณกำลังรู้สึกเป็นทุกข์หรือผิดหวังจากสิ่งต่างๆ ที่คาดหวังแล้วไม่เป็นไปดั่งใจ

หนทางที่จะทำให้คุณพ้นทุกข์พบสุขง่ายๆ คือ บอกกับตัวเองให้ “ยอมรับ”

พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริงทุกอย่างในชีวิต

ด้วยการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย

เรื่องเหล่านั้นมันผ่านไปแล้วเราไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เก็บเอามาคิดและยึดติดก็จะมีแต่ทุกข์

สิ่งที่ควรทำ คือ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด รวมถึงสร้างความสุขให้ตัวเองในทุกวันด้วยการ…

เห็นคุณค่าในตัวเอง  ด้วยการรักและเชื่อมั่นในตัวเองว่าตัวเองมีดีพอ เราคู่ควรกับความสำเร็จและสิ่งดีๆ เสมอ

มองคนอื่นในแง่ดี  มองโลกในแง่ที่สวยงาม อย่าเอาแต่คิดถึงเรื่องร้ายๆ หรือมองว่าคนอื่นไม่ดีไปเสียหมด

มีความหวังอยู่เสมอ เพราะความหวังเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจมนุษย์ให้มีเป้าหมายและความเพียรพยายาม

ซึ่งความหวังหรือความใฝ่ฝันดีๆ ก็ช่วยสร้างความสุขในชีวิตให้กับคุณได้

หัดที่จะให้กำลังใจตัวเองให้หัวใจไม่จนมุม….

รักตัวเองให้เป็น !!

คนที่สำคัญที่สุด

คนที่เข้าใจเรามากที่สุด

คนที่สุขกับเรามากที่สุด

คนที่ทุกข์กับเรามากที่สุด

คนที่อยู่กับเราไปจนตาย

คนคนนั้น….ไม่ใช่ใคร

คนคนนั้น คือ ตัวเราเอง

ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง

ไม่มีใครมองเห็น

ไม่มีใครเข้าใจ

ไม่มีใครมารักมาชอบ

ไม่มีใครคอยปลอบ

ไม่เป็นไร…

อะไรมากระทบก็ไม่เป็นไร

จงหัดที่จะให้กำลังใจตัวเองให้เป็น



วันนี้เรามี 19 ข้อคิดให้กำลังใจตัวเอง มาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ บางคนอาจจะรู้สึกท้อใจ เสียใจ หรือผิดหวัง บางทีถ้าเราเลือกที่จะมองไปข้างหน้าแทนที่จะยึดติดอยู่กับอดีต ความสุขที่หลายคนถามหาก็คงอยู่ไม่ไกล ลองอ่านบทความข้างล่างนี้ดู บางทีอาจจะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกดีและมีกำลังใจมากขึ้นนะ

1.อย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ และอย่าแคร์สายตาใคร ตราบใดที่เรายังหายใจด้วยจมูกของเราเอง

2.คนอื่นไม่ให้โอกาสเรา ยังไม่น่าเศร้าเท่ากับเราไม่ให้โอกาสตัวเอง

3.กระจกไม่เคยดูถูกใคร มีแต่คนที่ไม่มั่นใจที่ดูถูกตัวเอง

4.คนฉลาดไม่ใช่ผู้ที่ชนะการโต้แย้ง แต่คนฉลาดคือผู้ที่ออกห่างจากการโต้แย้งตั้งแต่เริ่มต้น

5.คนที่ใช้ชีวิตคุ้มค่า คือ คนที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำไม่ใช่เพราะได้ทำในสิ่งที่คนอื่นอยากให้ทำ

6.อย่าเป็นคนเก่งที่แล้งน้ำใจ แต่จงเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่มีน้ำใจและไม่เห็นแก่ตัว

7.มองปัญหาให้เหมือนกับเม็ดทราย ถึงจะเยอะมากมายแต่เม็ดทรายก็เล็กนิดเดียว

8.ใครจะดูถูกเราก็ปล่อยให้เค้าดูถูกไป แต่จงท่องให้ขึ้นใจว่าเราจะไม่ดูถูกตัวเอง

9.ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง และคนฉลาดที่สุดก็ยังโง่ในหลายเรื่อง…

10.ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่าการคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต

11.ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไปที่จะทำให้สิ่งที่ตนฝัน…

12.คนที่ไม่เคยหิว ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม

13.ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว ย่อมหอมหวานกว่าเดิม…

14.อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ เหตุผลขอคนๆหนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนนึง ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าทางข้างหน้าเป็นอย่างไร

15.ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น ยินดีกับสิ่งที่ได้มาและยอมรับกับสิ่งที่เสียไป

16.หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ

17.มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้าวันหลัง

18.คนเราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ

19.หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทางมากกว่า



หลวงพ่อชา สุภัทโท (พระโพธิญาณเถร) เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั้งชาวไทยและต่างชาติ นั่นเป็นเพราะคำสอนของท่านตรงใจคนและท่านยังนำธรรมอันลึกซึ้งมาเปรียบเปรยให้เข้าใจได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยวางทุกข์และสุข เราจึงคัดเลือก คำสอนหลวงพ่อชา ที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้มา 10 ข้อเพื่อให้คุณผู้อ่านได้น้อมนำมาปฏิบัติ

1.เมื่อเราทำบุญ แต่ยังไม่ละบาป ก็เหมือนกับเราเอากะละมังไปคว่ำไว้กลางแจ้งฝนตกลงมาถูก้นกะละมังเหมือนกัน แต่มันถูกข้างนอก ไม่ถูกข้างใน น้ำก็ไม่มีโอกาสที่จะเต็มกะละมังได้

2.โยม ไม้อันที่อาตมาถืออยู่นี่นะ มันสั้น หรือว่ามันยาว โยม ไม้อันนี้ธรรมชาติแท้ๆ ของมันมีแค่นี้ เท่านี้…มันไม่สั้น และก็ไม่ยาว โยม ความต้องการที่จะให้ไม้นี้มันสั้นเข้า หรือยาวออก นั่นแหละ “ทุกข์”  ทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเรายอมตามธรรมชาติที่มันเป็นอยู่ ยอมที่ไหน ทุกข์ก็ไม่เกิดที่นั่น

3.สุขและทุกข์นี้ก็เปรียบเสมือนงูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็นทุกข์ ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษ ทางปากมันมีพิษไปใกล้ทางหัวมัน มันก็กัดเอา ไปจับหางมันก็ดูเหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกันคือ ตัณหา ความลุ่มหลงนั่นเอง

4.หน้าที่ของเรานั้น

ทำเหตุให้ดีที่สุดเท่านั้น

ส่วนผลที่จะได้รับเป็นเรื่องของเขา

ถ้าเราดำเนินชีวิตโดยมีการปล่อยวางเช่นนี้แล้ว

ทุกข์ก็ไม่รุมล้อมเรา

5.ถ้าไฟมันไหม้ ก็อย่าให้มันไหม้หัวใจเรา ถ้าน้ำมันท่วม ก็อย่าให้มันท่วมหัวใจเรา ให้มันท่วมแต่บ้าน ให้มันไหม้แต่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกกายของเรา ส่วนจิตใจของเรานั้น ให้มันปล่อยวาง

ไม่อยากเป็นทุกข์ ต้องทำความเข้าใจกฎเหล็ก 5 ข้อสำคัญของชีวิต

1. ปล่อยวางอดีตและอย่านำมันมาทำร้ายปัจจุบัน

เพราะเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือสิ่งที่ไม่สามารถเดินย้อนกลับไปแก้ไขอะไรให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ใหม่ การทำใจยอมรับมันและเดินหน้าต่อไปอย่างไม่มีวันย้อมแพ้ จึงถือเป็นเรื่องที่สมควรทำให้ได้มากกว่าการมานั่งโทษตัวเองซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น

2. อย่าแคร์ว่าใครจะคิดอย่างไรกับคุณ

คนส่วนใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างไม่ค่อยจะมีความสุขเหมือนอย่างคนอื่นเขา ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากนิสัยส่วนตัวที่มักชอบเก็บนำคำพูด และการกระทำต่างๆ จากคนรอบข้างมาคิดมาก จนสุดท้ายแล้วก็ก่อให้เกิดความรู้สึกแย่ทั้งต่อตัวเองและต่อคนรอบข้างอย่างช่วยไม่ได้

3. ให้เวลาเป็นตัวช่วยเยียวยาทุกอย่าง

จงไม่ลืมที่จะบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า อย่าเพิ่งรีบร้อนให้อะไรเป็นไปตามดั่งใจหวัง ควรปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันเองเสียก่อน เพราะเผลอๆ หากรีบร้อนกับบางสิ่งบางอย่างมากจนเกินไปนัก อาจทำให้พลาดพลั้งกับอะไรดีๆ ที่รออยู่ก็เป็นได้

4. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับใครและอย่าตัดสินใครด้วย

ลักษณะนิสัยที่ชอบลดคุณค่าในตัวเองด้วยการนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หรือตัดสินคนอื่น เพียงเพราะการกระทำบางอย่าง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ช่วยทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ดีขึ้นมาแล้ว ยังถือเป็นการบั่นทอนคุณค่าที่มีอยู่ในตัวเองให้ลดลงไปอีกด้วย เพราะฉะนั้น เราไม่จำเป็นที่จะต้องนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะเราก็คือเราที่ไม่มีใครเหมือน และไม่อาจเป็นเหมือนใครได้

5. หยุดความคิดมาก เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้คุณพบกับคำตอบ

บ่อยครั้งที่ความคิดมากไม่เคยส่งผลดีต่อใครทั้งนั้น เพราะนอกจากมันจะทำให้ตัวคุณเองจมและหมกมุ่นอยู่กับความคิดแย่ๆ เหล่านั้นแล้ว ยังส่งผลให้เกิดอาการมืดแปดด้าน มองไปทางไหนก็ไม่พบกับทางออก จนอาจทำให้คนบางคนถึงกับไม่อยากที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

เมื่อใดที่เราเห็นธรรมะ นั่นก็เป็นสัมมาปฏิปทาแล้ว กิเลสก็สักแต่ว่ากิเลส ใจก็สักแต่ว่าใจ เมื่อใดที่เราทิ้งได้ ปล่อยวางได้แยกได้ เมื่อนั้นมันก็เป็นเพียงสิ่งสักว่า เป็นเพียงอย่างนี้อย่างนั้นสำหรับเราเท่านั้นเอง เมื่อเราเห็นถูกแล้ว ก็จะมีแต่ความปลอดโปร่ง ความเป็นอิสระตลอดเวลา

ขอขอบพระคุณที่มา: goodlifeupdate , www.dhammajak.net , คิดเป็น

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive