Breaking Share-Si
Loading...

สารพัดประโยชน์มากมายของเบคกิ้งโซดา มีติดบ้านไว้เถอะดี

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


สารพัดประโยชน์ของเบคกิ้งโซดา มีติดบ้านไว้เถอะดี

เบคกิ้งโซดา (baking soda) มีชื่อเรียกในทางเคมีว่า โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate) มีคุณสมบัติคือ เมื่อได้ทำปฏิกิริยากับน้ำและกรดอ่อนๆ ที่มีอยู่ในส่วนผสมอื่นๆ จะเกิดฟองก๊าซขึ้นมา เบคกิ้งโซดามีประโยชน์มากมายในการเลือกใช้งาน จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะซับน้ำออกกจากเนื้อ


1) หมักหมูนุ่ม

ใส่นิดเดียวค่ะ หมักหมูก็จะนุ่ม อย่าใส่ในปริมาณที่มากเกินจะมีกลิ่นสารเคมี เนื้อหมู 1 กก.ใช้เบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนโต๊ะโดยประมาณ

2) ล้างผักผลไม้อย่างสะอาด

ผสมเบคกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำอุ่น 4 ถ้วย ใช้ล้างผักผลไม้ โดยแช่ไว้ประมาณ 10-15 นาที (ให้ส่วนผสมเย็นก่อน) แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำธรรมดาอีกครั้ง จะช่วยให้ผักผลไม้สะอาดปราศจากสารเคมีตกค้างทำความสะอาดเขียง-1

3) ทำความสะอาดเขียง

ผสมเบคกิ้งโซดากับน้ำทำความสะอาดเขียง จะช่วยทำให้เขียงหมดกลิ่นคาว ดูสะอาดเอี่ยม

4) ลดกลิ่นอับในตู้เย็น

เบคกิ้งโซดาช่วยดูดกลิ่นอับในตู้เย็น นำไปใช้โดยเปิดฝากล่องด้านบนออกให้หมด หรือเทใส่ถ้วย ทิ้งไว้ด้านในสุดของตู้เย็นแล้วคอยเปลี่ยนทุก 3 เดือนทำความสะอาดอ่างล้างจาน -1

5) ขจัดคราบไขมัน ที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน

ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำเบคกิ้งโซดา ไปต้มกับน้ำให้ เดือดแล้วเทลงไป ไขมันที่อุดตันก็จะหลุดออกไปหมดท่ออุดตัน-1

6) ปัญหาเรื่องท่ออุดตันจากคราบไขมันในอ่างล้าง

โรยเกลือรอบๆ ขอบท่อ จากนั้นนำเบคกิ้งโซดา 10 ช้อนโต๊ะผสมน้ำร้อนๆ 1 ขวดลิตร ค่อยๆ เทลงไป เกลือและน้ำยาจะช่วยให้คราบไขมันหลุดออกง่ายขึ้น และทำซ้ำอีก 2-3 รอบ ตามด้วยน้ำเปล่าปิดท้าย หากคราบยังไม่ยอมออกก็คงต้องพึ่งช่างแล้วค่ะอาการเจ็บคอ-1

7) แก้อาการเจ็บคอ

ผสมเบคกิ้งโซดาครึ่งช้อนชากับน้ำเปล่า 1 แก้ว ใช้กลั้วคอทุกๆ 4 ชั่วโมง ช่วยลดอาการเจ็บคออันเกิดจากเกิดกรด และยังช่วยรักษาแผลในช่องปากได้อีกด้วยขัดฟันให้ขาว-1

8) ขัดฟันให้ขาว

เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา น้ำมะนาวครึ่งช้อนชา ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้แปรงสีฟันจุ่มแล้วขัดฟันเบาๆ บ้วนน้ำเปล่าจนสะอาด คราบชากาแฟจะหายไป เว้นในปากที่มีแผลเพราะมะนาวมีกรดสูงอาจกัดแผลได้เครื่องสุขภัณฑ์ -1

9) น้ำยาทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์

ให้ถังและชักโครกสะอาดและปราศจากกลิ่น โดยเทเบคกิ้งโซดาครึ่งกล่องลงในถังน้ำหลังชักโครก ทิ้งไว้ 1 คืนแล้วค่อยกดชักโครกท่อตัน-1

10) ยาดับกลิ่นท่อและแก้ท่อตัน

เบคกิ้งโซดา 1 ถ้วย เกลือแกงลง 1/4 ถ้วย ผสมกันแล้วจึงเทลงท่อ ค่อยรินน้ำร้อนประมาณ 500 มล.ตามลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงเทน้ำร้อนล้างอีกครั้ง ท่อจะไม่ตันและกลิ่นสะอาดอีกด้วยดับกลิ่นพรม-1

11) ดับกลิ่นพรม

เบคกิ้งโซดาครึ่งถ้วย ผสมกับแป้งข้าวโพดครึ่งถ้วย เติมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นหอมเลมอนลงไป1 ช้อนโต๊ะ เติมใส่ขวดสเปรย์ฉีดบนพื้นพรมก่อนนอนทิ้งไว้จนเช้า กลิ่นพรมจะหอม สะอาด สดชื่น

12)ดับกลิ่นอุจจาระสัตว์เลี้ยง

เบคกิ้งโซดาเทลงไปใน litter box ของสัตว์เลี้ยง หลังจากนั้นทุกครั้งที่ทำความสะอาด litter box พอตักอุจจาระสัตว์เลี้ยงออกก็เอาเบคกิ้งโซดาโรยนิดๆด้านบนเพื่อเป็นการกลบกลิ่นเช็ดหน้าเตารีด-1

13) เช็ดหน้าเตารีด

ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบน้ำผสมเบคกิ้งโซดาบิดพอหมาด นำไปเช็ดหน้าเตารีดให้หน้าเตารีดสะอาดเอี่ยมไร้คราบติดหรือเครื่องครัวที่ผลิตด้วยสแตนเลส โครเมี่ยม ทำความสะอาดได้หมดจดไม่มีรอยขูดขีด กลิ่นรองเท้า -1

14) กำจัดกลิ่นรองเท้า

โรยเบคกิ้งโซดาในรองเท้า แล้วนำรองเท้าคู่นั้นใส่ถุงพลาสติกรัดให้แน่น นำไปแช่ช่องแช่แข็งของตู้เย็นไว้ 2 คืน แล้วเอาไปสลัดผงเบคกิ้งโซดาออกให้หมด หากเป็นรองเท้าคู่ที่ไม่ได้สวมใส่ให้ใช้ เบคกิ้งโซดาห่อกระดาษหนังสือพิมพ์อัดเป็นก้อนมาใส่ด้านในรองเท้าจะช่วยดูดกลิ่น และยังทำให้รองเท้าอยู่ทรงด้วย ทุกครั้งที่กลับบ้านให้ใส่กระดาษหนังสือพิมพ์ทุกครั้ง และเปลี่ยนแผ่นใหม่ทุกอาทิตย์กลิ่นบุหรี่ในรถ-1

15) กำจัดกลิ่นบุหรี่ในรถ

โรยเบคกิ้งโซดาลงที่ก้นที่เขี่ยบุหรี่ในรถ จะช่วยดับกลิ่นได้ดี ทำความสะอาดด้วยการเททิ้งให้หมดแล้วโรยผงเบคกิ้งโซดาไว้ที่ถาดเสมอ ๆ

เลือกใช้เบคกิ้งโซดาเป็นตัวช่วยงานของคุณ จะทำให้ชีวิตคุณดูง่ายขึ้น ประหยัดแรง คุ้มค่าเวลา ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรแพงเลยค่ะ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive