Breaking Share-Si
Loading...

คุณหมอชี้แจงให้ฟังอย่างง่าย ประคบร้อน-ประคบเย็น ต่างกันยังไง ใช้แบบไหนให้ถูกกับอาการ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


กระจ่างนะ! คุณหมอชี้แจงให้ฟังอย่างง่าย ประคบร้อน-ประคบเย็น ต่างกันยังไง ใช้แบบไหนให้ถูกกับอาการ!

เป็นคลิปที่คลายข้องสงสัยได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เมื่อคุณหมอเจ้าของเพจ ด๊อกเตอร์ หมอหมี ได้ออกมาโพสต์แชร์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ประคบร้อน ประคบเย็น ซึ่งแต่ละอันนั้นควรใช้เมื่อไหร่ โดยระบุว่า...


"ประคบร้อน-ประคบเย็น" ต่างกันยังไง ? ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี ไปดูกันเลย !

ร้อน หรือ เย็น ปัญหาโลกแตก

ประคบร้อน เพื่อให้เลือดมา

ประคบเย็น เพื่อให้เลือดหาย

อุบัติเหตุทันที นึกถึง เย็น

ปวดเรื้อรัง มีผังพืด นึกถึง ร้อน

ง่ายๆช่วยแชร์ด้วยน่ะครัช ออเจ้าทุกคน



วิธีประคบร้อนและประคบเย็น ที่ถูกต้อง

1. วิธีประคบร้อน

อุปกรณ์ที่ใช้อาจจะเป็นกระเป๋าน้ำร้อน ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน ในอุณหภูมิไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส และไม่ควรประคบด้วยความร้อนที่มากเกินไปหรือนานเกินไป และต้องไม่ประคบในบริเวณที่มีบาดแผลหรือมีเลือดไหล และหากมีอาการบวมแดง ก็ไม่ควรประคบร้อนเช่นกัน โดยควรวางอุปกรณ์การประคบร้อนในบริเวณที่เกิดอาการบาดเจ็บหรือปวดเมื่อย โดยไม่ควรเกิน 20 นาที เพราะถ้าหากนานเกินไป อาจจะทำให้ผิวหนังมีอาการแดงหรือพองได้

2. วิธีประคบเย็น

อุปกรณ์การประคบเย็น อาจจะใช้เจลสำหรับประคบเย็นแบบสำเร็จรูป หรือใช้ถุงผ้าห่อน้ำแข็งก็ได้ โดยใช้ถุงพลาสติกห่อน้ำแข็งและผสมน้ำเปล่าธรรมดาลงไปในถุงอย่างพอดี ให้รู้สึกว่าไม่เย็นมากจนเกินไปก่อนนำมาประคบตรงบริเวณที่มีอาการปวด บวม แดง หรือหากเป็นบริเวณมือ แขน ขา หรือบริเวณเท้า ก็อาจจะใช้วิธีแช่อวัยวะดังกล่าวลงไปในถังน้ำเย็นแทน โดยไม่ควรแช่นานเกิน 20 นาที เพราะอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีเอาได้

ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกวิธีการประคบแบบไหน อย่าลืมดูอาการและดูสถานการณ์ของเรากันด้วยนะคะ จะได้ปฐมพยาบาลได้อย่างถูกวิธี และลดการปวดบวมต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างที่ตั้งใจ

ตามมาดูเทคนิคดีๆจากคุณหมอเลยดีกว่าครับ


ชมคลิป

ขอขอขบคุณ ด๊อกเตอร์ หมอหมี

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive