Breaking Share-Si
Loading...

แจกสูตรน้ำพริกกะปิ 4 สูตร สุดยอดความอร่อย ชนิดที่ไม่ผิดหวังแน่นอน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แจกสูตรน้ำพริกกะปิ 4 สูตร สุดยอดความอร่อย ชนิดที่ไม่ผิดหวังแน่นอน

น้ำพริกกะปิ (สูตร 1)

เครื่องปรุง

1. กะปิห่อใส่ใบตองเผาไฟพอหอม 300 กรัม

2. กุ้งแห้งป่น 200 กรัม

3. กระเทียมสดแกะเปลือก 100 กรัม

4. พริกขี้หนูสวน 50-70 กรัม

5. มะเขือเปราะเอาเมล็ดออกซอยเป็นเสี้ยว ๆ 50 กรัม

6. มะอึกซอยละเอียด 50 กรัม

7. น้ำมะนาว 6-8 ช้อนโต๊ะ

8. น้ำปลา 2-4 ช้อนโต๊ะ

9. น้ำตาลปีบ 3-5 ช้อนโต๊ะ


วิธีปรุง

– นำกะปิโขลกกับกระเทียม พริกขี้หนู พอเริ่มละเอียดใส่กุ้งแห้งป่นโขลกต่อให้เข้ากัน

– ใส่มะเขือเปราะ มะอึก ใช้สากค่อย ๆ โขลกเบา ๆ เคล้าให้เข้ากัน

– ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปีบให้ทั้งสามรสคลอ ๆ กันไป หวานตามหลังนิดหน่อย

– บางรายใส่ผิวมะนาวซอยละเอียดลงไปก็ได้กลิ่นหอมของผิวมะนาว รสออกขมฝาดนิด ๆ แต่ก็กลมกลืนกับกะปิและรสชาติรวม ๆ ของน้ำพริก

– บางรายใส่มะม่วงสับ มะขามอ่อนแล้วแต่ฤดูกาล โดยเฉพาะฤดูมะนาวแพง แต่เป็นช่วงที่มะม่วงออกสู่ตลาดจึงใช้ความเปรี้ยวของมะม่วงแทนได้ โดยซอยสับแบบมะละกอส้มตำ หากให้มีกลิ่นหอมใส่แมงดาลงไปก็ดี

น้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทูนึ่งทอด ปลาทอดอื่น ๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด แนมด้วยผักสด ผักทอด ผักทอดชุบไข่ ผักต้ม น้ำพริกกะปิ

หากใครทำอร่อยจริงๆ ขายได้แน่นอน เพราะวิถีชีวิตไทยกับน้ำพริกกะปิขาดกันไม่ได้ น้ำพริกพื้นบ้านที่นิยมรับประทานมากที่สุด คนไทยทุกคนรู้จักมีการประยุกต์

เพื่อความเหมาะสมตามแต่วัตถุดิบที่มีในครัว ไม่ถือเป็นกฏตายตัว เช่น บางรายใส่มะอึก มะเขือเปราะซอยหรือมะเขือพวงบุบพอกแตกช้ำ ๆ ผิวมะนาวซอยละเอียดซึ่งแต่ละอย่างที่ใส่ไปให้รสชาติใกล้เคียงกัน

น้ำพริกกะปิ (สูตร 2)

เครื่องปรุง

1. กะปิเผาไฟพอหอม 2 ช้อนโต๊ะ

2. กระเทียมปอกเปลือกแล้วซอยหยาบ ๆ 1 ช้อนโต๊ะ

3. กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ

4. พริกขี้หนูเด็ดก้าน 1 ช้อนชา

5. มะอึกสุกหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ

6. ลูกกระสังข์ใส้ใน ซอย (ไม่ใส่ก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ

7. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

8. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

9. น้ำตาลปีบ 2-3 ช้อนโต๊ะ

10. มะเขือพวงหรือมะเขือเปราะซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. โขลกกะปิกับกระเทียมให้ละเอียด ใส่กุ้งแห้งโขลกรวมกัน ใส่พริกขี้หนู มะอึก ระกำ มะเขือพวง ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลาและน้ำมะนาว ชิมรสตามต้องการ

2. รับประทานกับผักต้มราดกะทิ เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว หน่อไม้ ตำลึง ผักกระเฉด ฯลฯ หรือผักสดต่าง ๆ เช่น แตงกวา มะเขือสด ผักบุ้ง กระถินหรือผักชุบไข่ทอด เช่น ชะอม มะเขือยาว

3. จัดแนมกับน้ำพริกคือ ปลาทูทอด ปลาช่อนทอด ปลาดุกย่าง

หมายเหตุ

– ใช้มะม่วงดิบซอยแทนมะนาวหรือมะดันซอย หรือมะขามอ่อน ตามแต่ฤดูกาล

น้ำพริกกะปิกุ้งนา

เครื่องปรุง

1. พริกขี้หนูแห้ง 200 กรัม

2. หอมแดง 300 กรัม

3. กระเทียม 150 กรัม

4. กะปิใส่ใบตองเผาพอหอม 5 ช้อนโต๊ะ

5. มะขามเปียก 300 กรัม

6. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม

7. เกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ

8. กุ้งนาต้มสุก 300 กรัม

9. น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง

– นำพริกขี้หนู หอมแดง กระเทียมแกะเปลือก ล้างแล้วนำไปคั่วน้ำมันพอเริ่มสุก นำขึ้นพักไว้ และนำมะขามมาละลายน้ำ

– นำกุ้งนาที่ต้มแล้ว ค่อย ๆ โขลกละเอียด

– นำพริกขี้หนูแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิ โขลกด้วยกันจนละเอียด แล้วนำไปผัดน้ำมันจนหอม จึงใส่กุ้งนาที่โขลกไว้เข้าด้วยกัน ผัดต่อไปจนได้ที่ สังเกตดูจะเป็นเนื้อเดียวกับน้ำพริก

– จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ เกลือตามใจชอบ จะได้น้ำพริกกุ้งนา

– สามารถเก็บไว้ได้นานในตู้เย็น รับประทานกับผักสดเช่น แตงกวา มะเขือเปราะ ถั่วพู กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาวและถ้าจะรับประทานกับผักต้มก็ได้

เป็นน้ำพริกกะปิทั่วไปแต่ใส่กุ้งนาก็คือกุ้งฝอย มีตามหนองน้ำใหญ่ ๆ กลางทุ่งท้องนาโดยจะอยู่ชาย ๆ ตลิ่งนำมาโขลกแล้วเข้ากับเครื่องน้ำพริก ให้รสชาติที่กลมกลืนเข้มข้นมากกว่าน้ำพริกกะปิธรรมดา

น้ำพริกกะปิดี

เครื่องปรุง

1. กะปิดี (ห่อใบตองเผา) 1 ช้อนโต๊ะ

2. กระเทียม 1 หัว

3. พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด

4. น้ำมะนาว 1 ผล

5. น้ำปลาด 1 ช้อนชา

6. น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา

7. มะเขือพวง 10 เม็ด

8. มะอึกขูดขน (หั่นละเอียด) 1 ลูก

วิธีปรุง

– นำกะปิ กระเทียม พริกขี้หนูใส่ครก โขลกแตกไม่ต้องละเอียดนักก็ได้

– ใส่มะอึก มะเขือพวงตามลงไป โขลกพอบุบให้แตกเล็กน้อย

– เสร็จตักใส่ถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามต้องการ

– รับประทานกับผักสดหรือข้าวสวยร้อน ๆ แถมปลาทูทอดตัวสวย ๆ สักตัวก็เข้ากันดีทีเดียว

แหล่งที่มา : แม่บ้าน น้ำพริก โดย ทวีศักดิ์ เกษปทุม. นิตยสารแม่บ้าน

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive