Breaking Share-Si
Loading...

วิธีทำให้ต้นกะเพราสูงใหญ่ ใบเยอะ ตายยาก เก็บได้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีการ “แกล้งกะเพรา”

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


วิธีทำให้ต้นกะเพราสูงใหญ่ ใบเยอะ ตายยาก เก็บได้ตลอดทั้งปี ด้วยวิธีการ “แกล้งกะเพรา”

อาหารสิ้นคิดเวลาเรานึกอะไรไม่ออกคงไม่พ้นผัดกะเพราที่เป็นเมนูเฉพาะกิจเวลาเราหิวหรือสั่งตามร้านค้า  แต่ๆๆๆๆเวลาเรากินบางทีที่ปลูกไว้ก็ไม่พอกินตลอดเพราะไม่ว่าจะปลูกในดินหรือในกระถางก็ลำต้นเตี้ย ใบน้อย ออกดอกเยอะมาก และไม่นานก็เฉาตาย วันนี้เราจึงมีสาระความรู้มาฝากกันเรื่องการดูแลต้นกะเพรา ที่จะทำให้ต้นกะเพราของเราสูงใหญ่ใบเยอะได้อย่างน่าตกใจ นั้นก็คือเคล็ดลับนี้คือการ “แกล้งกะเพรา” วิธีทำให้ต้นกะเพราสูงใหญ่ ใบเยอะและอายุยืน ให้เด็ดยอดทุกวัน ไม่ให้ออกดอก!!!! นั้นเอง


กะเพราต้นนี้ สูงถึง 2 เมตร อายุเกือบ 2 ปี ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะโดยปกติเราจะเห็นแต่กะเพราต้นเตี้ยๆ เมื่อออกดอกแล้วก็เฉาตาย เหี่ยวดูแล้วรู้สึกอดกิน555 แต่อาจารย์กมล สุวุฒโท อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เป็นผู้ค้นพบการดูแล ด้วยการเด็ดยอดใบทุกวันไม่ให้ต้นกะเพราออกดอก เพราะเมื่อออกดอกก็จะเหี่ยวเฉาตาย  และนอกจากนั้นอาจารย์ให้ปุ๋ยดูแลเอาใจใส่ทุกวัน จากต้นกะเพราเตี้ยๆ ธรรมดาก็เติบใหญ่ได้ขนาดนี้  ใครปลูกอยู่ทำตามได้เลยค่ะ รับรองต้นสูงใหญ่ใบเยอะมีไว้ให้เราผัดกะเพราได้ทั้งปีแน่นอนจ้า   และนอกจากนี้เรายังมีวิธีเพาะกะเพรามาฝากอีกด้วย



วิธีการปลูกกะเพราด้วยเมล็ด

1. เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถาง

2. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ

3. รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ นะคะ

4. จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า

5. รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ก็ค่อยๆ ถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร

6. และก็รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบมารับประทานได้แล้วค่ะ

ที่มา decor.mthai.com

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive