Breaking Share-Si
Loading...

ลองดูนะท่าเดียวเอาอยู่ บอกลาไขมันได้เลย แจกสูตรเอวเอสทำได้ง่ายๆ ด้วยผ้าขนหนู

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ท่าเดียวเอาอยู่ บอกลาไขมันได้เลย แจกสูตรเอวเอสทำได้ง่ายๆ ด้วยผ้าขนหนู

เมื่อพูดถึงเรื่องพุง ต้นขาและสะโพกใหญ่ ถือเป็นฝันร้ายสำหรับสาวเลยนะคะ บางคนต้องใส่เสื้อผ้าปกปิดอยู่ตลอด อยากจะอวดสัดส่วนบ้างก็ไม่ได้ เพราะมีเรื่องพุงมากวนใจ

วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับดีๆ มาฝากสาวๆ กัน เป็นวิธี “ลดความอ้วนด้วยผ้าขนหนู” แค่เพียงทำวันละ 5 นาที เท่านั้น ก็เตรียมบอกลาไขมันได้เลย

เว็ปไซต์ต่างประเทศ ได้เผยคลิปการลดน้ำหนักด้วยผ้าขนหนู โดยเฉพาะบริเวณ สะโพก เอว เป็นส่วนที่มีไขมันสะสมได้ง่ายและมากที่สุด และนี่คือท่าบริหารลดน้ำหนักจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในตอนนี้



ท่าที่ 1 ท่าลดรอบเอว

วิธีทำ

1.ม้วนผ้าเช็ดตัวและวางไว้ด้านหลังท้อง ตำแหน่งเดียวกับสะดือ

2.ยืดมือและขาให้ตรงที่สุด โดยให้มือและเท้าประสานกัน

3.ให้โฟกัสไปที่ผ้าเช็ดตัว ทำท่านี้ค้างไว้ 5 นาที วิธีนี้จะช่วยลดรอบเอวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่อง “ต้นขาใหญ่” ก็เป็นอีกอุปสรรค์หนึ่งของผู้หญิงเรา วันนี้จึงนำเสนอวิธีลดต้นขาด้วยผ้าขนหนู ลองไปทำตามกันเลย



ท่าที่ 2 ท่าลดต้นขา

วิธีทำ

1. ม้วนผ้าเช็ดตัวและวางไว้ด้านหลังท้อง ตำแหน่งเดียวกับสะดือ

2.ยืดขาข้างหนึ่งให้ตรง ส่วนขาอีกข้างให้งอขาไว้ด้านใน

3.ทำท่านี้ค้างไว้ 1 นาที (ดังภาพ)

และส่วนใครที่ “สะโพก ก้น ใหญ่” รู้สึกใส่อะไรก็ไม่มั่นใจ ทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้อ้วนอะไรมาก ทำตามนี้เลยคะ่



ท่าที่ 3 ท่าลดสะโพก

วิธีทำ

1. ม้วนผ้าเช็ดตัวและวางไว้ด้านใต้ของจุดสูงสุดของสะโพก

2.เอามือทับซ้อนกันวางไว้ตรงบริเวณหน้าผาก งอเท้าขึ้น ยกเข่าขึ้นเล็กน้อย

3.โดยให้ต้นขาและน่องงอจนชิดกัน ทำท่านี้ค้างไว้ประมาณ 3 ถึง 5 นาที

เป็นเทคนิคที่ไม่ยากเลยใช่มั้ยค่ะ สาวๆ ลองเอาไปฝึกกันดูนะคะ รับรองหุ่นดีต้องเป็นของสาวๆ แน่นอนค่ะ

ชมคลิป


ที่มา item2day

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive