Breaking Share-Si
Loading...

แจก 2 สูตร น้ำว่านหางจระเข้ เครื่องดื่มสมุนไพรสุดเฮลธ์ตี้ เคี้ยววุ้นเพลินๆ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


แจก 2 สูตร น้ำว่านหางจระเข้ เครื่องดื่มสมุนไพรสุดเฮลธ์ตี้ เคี้ยววุ้นเพลินๆ

ส่วนผสม น้ำว่านหางจระเข้ สูตร 1

1.เนื้อว่านหางจระเข้ (หั่นเป็นชิ้น) 200 กรัม (ล้างให้สะอาดจนหมดเมือก)

2.น้ำเปล่า 3 ถ้วย

3.น้ำตาลทรายแดง 3/4 ถ้วย

4.น้ำแข็ง (เสิร์ฟ)


วิธีทำน้ำว่านหางจระเข้

1.นำเนื้อว่านหางจระเข้ไปต้มด้วยไฟกลางประมาณ 15-20 นาที จนเนื้อว่านหางจระเข้สุก

2.ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป คนพอน้ำตาลละลาย ปิดไฟ

3.รินใส่แก้วน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

ส่วนผสม น้ำว่านหางจระเข้ สูตร 2 (เด็ดมาก อร่อยจริงๆ)

1.เนื้อว่านหางจระเข้หั่นเรียบร้อยแล้ว 2 ขีด

2.ใบเตย 10 ใบ

3.น้ำตาลทราย 3 ขีด

4.น้ำสะอาด 1 500มล

5.น้ำคั้นใบเตยเพิ่มสีให้น่ากิน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำน้ำว่านหางจระเข้

1. ว่านหางจระเข้ตัดที่บ้านเลยก้านไม่ค่อยใหญ่ ส่วนใบเตยนั้้นหอมมาก (ต้นข้างๆไม่เกี่ยวนะ)

2. ว่านปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างให้สะอาดๆ พักให้สะเด็ดน้ำ

3. นำมาหั่นชิ้น ลูกเต๋าเล็กๆ นำไปล้างน้ำให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ

4. น้ำใส่หม้อ ใส่ใบเตยต้มให้กลิ่นใบเตยออกมีกลิ่นหอม ตักใบเตยออก ใส่น้ำตาลทรายคนให้น้ำตาลละลาย

5. พอน้ำตาลละลายใส่ว่านที่หั่นไว้ ต้มต่อจนว่านสุกประมาณ5นาที สุดท้ายใส่น้ำคั้นใบเตยปิดไฟทันทีเลย

6. ขวดที่จะนำมาใส่ ล้างน้ำร้อนฆ่าเชื้อก่อน กรอกใส่ขวดตอนที่ยังมีความร้อนอยู่ ปิดฝาให้สนิท รอเย็นนำไปแช่ในตู้เย็น ดื่มเย็นๆชื่นใจค่ะ

ต่อไปนี้ไม่ต้องหาร้านขายน้ำว่านหางจระเข้ให้ปวดหัว แค่จับต้นว่างหางจระเข้ปอกเปลือกแล้วนำไปต้มจนเดือด เติมน้ำตาลทรายลงไปหน่อย จะใส่น้ำแข็งหรือดื่มอุ่น ๆ ก็ได้ค่ะ รับสักแก้วไหมคะ

เมื่อพูดถึง สมุนไพรว่านหางจระเข้ เรามักจะนึกถึงสรรพคุณในการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลสด ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ใช้ทาเพื่อป้องรอยแผลเป็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งสารที่สามารถใช้รักษาแผลดังกล่าวได้เป็นสาร Glycoprotein ที่มีชื่อว่า Aloctin A เป็น Anti-inflammatory ที่พบได้ในทุก ๆ ส่วนของว่านหางจระเข้ ซึ่งนอกจากสรรพคุณดังกล่าวแล้วยังมีประโยชน์ของว่านหางจระเข้อื่น ๆ อีกมากมาย ไปดูกันเลย…

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive