Breaking Share-Si
Loading...

ควรรู้ไว้ “แชทยืมเงิน” เท่ากับทำสัญญากู้เงิน เป็นหลักฐานฟ้องร้องตามกฏหมายได้!

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


เรื่องนี้ควรรู้ไว้ “แชทยืมเงิน” เท่ากับทำสัญญากู้เงิน เป็นหลักฐานฟ้องร้องตามกฏหมายได้!

ปัญหาใกล้ตัว และมีโอกาสเกิดกับทุกคน เรื่องการขอยืมเงินแล้วไม่คืน เป็นปัญหาทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในยุคดิจิติลแบบนี้การยืมเงินทางแชทก็หนีไม่พ้นเช่นกัน ยืมก็แสนจะง่ายบอกเลขบัญชีแล้วให้โอนให้หน่อย แค่นี้ก็ยืมได้ พอจะทวงนี่ทำเป็นเฉย บางทีติต่างบอกไม่ได้ยืมอีก


ปัญหาของเจ้าหนี้จะหมดไปค่ะ หลายท่านคงยังไม่ทราบว่ากฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2544 คุ้มครองเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

แชทยืมเงิน



การกู้เงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์/ผ่านสื่อออนไลน์ จะเอาผิดคนหนีหนี้ได้อย่างไร…?

การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท ขึ้นไป สิ่งเหล่านี้ถือว่าแทนหนังสือกู้ยืมเงิน สามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องกับผู้ยืมเงินได้

-ข้อความแชท/บทสนทนาในการกู้ยืม

–บัญชีที่ยืมเงินไป บัญชีที่โอนเงินเข้า

-หลักฐานการโอนเงิน หรือการทำธุรกรรม

-ข้อมูลในระบบที่ปลอดภัย และ เชื่อถือได้

-เก็บหลักฐานการยืมทันทีเมื่อมีการยืมเงิน และรักษาข้อมูลให้คงสภาพเดิม ไม่แก้วันที่ เวลา หรือข้อมูลอื่นๆในหหลักฐาน ( ถ้าเป็นในแชท ก็แคปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐาน )



อายุความในการฟ้องร้องคดีกู้เงิน

5 ปี ถ้าสัญญากู้มีกำหนดชำระเงินต้น พร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆจะมีอายุความ 5 ปี

10 ปี ผู้ฟ้องต้องฟ้องภายใน 10 ปี นับตั้งแต่วันถึงกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืน

การฟ้องร้องจะมีรายละเอียดมากมาย บทความนี้เขียนขึ้นมาในกรณีเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้หมดกำลังใจและไม่ให้มีความเข้าใจผิดกันว่า เมื่อไม่มีสัญญาก็ไม่สามารถฟ้องได้ ทั้งนี้การฟ้องรองควรปรึกษาทนายเพื่อรับทราบขั้นตอนทางกฎหมายที่ถูกต้องต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : สำนักงานกิจการยุติธรรม // .jangkhao

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive