Breaking Share-Si
Loading...

เริ่มแล้ว! กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ลูกจ้าง เลิกจ้างชดเชย 400 วัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ ได้มีผลบังคับใช้แล้ว หลังสภานิติบัญญัติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ซึ่งให้สิทธิคุ้มครองลูกจ้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลาคลอดบุตร – ถูกเลิกจ้างงาน

ดังนั้น เพื่อเป็นการให้ผู้ที่เป็นลูกจ้างได้ศึกษารายละเอียดของกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ Smartsme จึงได้รวบรวมสิทธิประโยชน์มาให้ได้อ่านกัน ดังต่อไปนี้


สิทธิประโยชน์คุ้มครองลูกจ้างของกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่

1. ลากิจ (ธุระจำเป็น) ได้ค่าจ้าง 3 วันทำงานต่อไปนี้

2. ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์ ลาก่อนคลอด ได้ 98 วัน

3. กรณีนายจ้างมีการเปลี่ยนตัว เปลี่ยนนิติบุคคล หากลูกจ้างไม่ยินยอม จะได้รับค่าชดเชยพิเศษ โดยทำงานมาครบ 20 ปี ได้รับค่าชดเชยพิเศษ 400 วัน

4. ได้รับค่าชดเชยใหม่กรณีเลิกจ้างจะเพิ่มเป็น 6 อัตราจาก 5 อัตรา ซึ่งมีเงื่อนไข คือ อัตราที่ 1 ลูกจ้างทีทำงานครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี ได้ค่าชดเชย 30 วัน, อัตราที่ 2 ลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี ได้ค่าชดเชย 90 วัน, อัตราที่ 3 ลูกจ้างทำงานครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชย 180 วัน, อัตราที่ 4 ทำงานครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี ได้รับค่าชดเชย 240 วัน, อัตราที่ 5 ลูกจ้างทำงานครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี ได้เงินชดเชย 300 วัน และอัตราที่ 6 ลูกจ้างทำงานครบ 20 ปี ขึ้นไปจะได้รับเงินชดเชย 400 วัน

5. กรณีย้ายสถานประกอบการไปที่อื่น หากลูกจ้างไม่ไปสามารถบอกเลิกสัญญาจ้างได้ โดยได้สิทธิชดเชยตาม 6 อัตรา

6. กรณีค่าตอบแทน หากนายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทนในบางอาชีพ ถ้าทำงานเกินเวลาปกติ ลูกจ้างไปฟ้องขอจะได้ดอกเบี้ยสูงถึง 15% ต่อปี (จากเดิม 7.5% ต่อปี)

7. ให้สิทธิเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย โดยทั้งสองต้องได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.smartsme.co.th/content/216602

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive