Breaking Share-Si
Loading...

หลวงปู่มั่นแนะนำ “นั่งสมาธิ” ที่ถูกต้อง ทำจิตใจให้สะอาดผ่องใสดีทุกวัน

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


หลวงปู่มั่นแนะนำ “นั่งสมาธิ” ที่ถูกต้อง ทำจิตใจให้สะอาดผ่องใสดีทุกวัน

การนั่งสมาธิ นั้นเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นมีสมาธิมากขึ้นในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการด้านใช้ชีวิต ด้านความคิด การมีสติในการที่จะทำอะไรต่างๆ ทำให้จิตใจของเรานั้นตั้งมั่นมีจิตที่ผ่องใสสงบสบาย และการภาวนาก็คือการทำให้ใจนั้นเที่ยงตรงต่อเหตุผลอรรถธรรม และรู้จักที่จะปฏิบัติต่อตนเองและหลายๆสิ่ง ไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ทำให้เรานั้นมีความสุขมีความสงบในการใช้ชีวิต



การที่เราแล้วจะนั่งสมาธิภาวนา ทำได้ไม่ยากก็แค่ให้เริ่มจากหาสถานที่ที่เป็นสงบ จากนั้นก็ให้เรานั่งเอาขาขวาทับขาซ้ายและมือขวาทับมือซ้าย จากนั้นก็ตั้งหลังให้ตรง ตั้งสติให้มั่น ไม่ก้มและไม่เงยหน้าทำตัวให้สบาย จะนั่งบนอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หรือแล้วแต่ตามสะดวก หากถ้าเรานั้นเริ่มต้นใหม่ๆก็อาจจะมีการที่ปวดขามากเป็นธรรมดา แต่ครูบาอาจารย์ท่านบอกว่าให้เรานั้นพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น แต่ถ้าหากเรานั้นสู้ไม่ไหวจริงๆก็ให้เปลี่ยนท่าอิริยาบถหรือออกไปเดินจงกลมเพื่อผ่อนคลายก็ได้

เมื่อเรานั้นได้นั่งเข้าที่เรียบร้อยแล้วก็ให้เรากล่าวคำอธิษฐานภาวนา เป็นการบูชาพระพุทธเจ้า ผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยให้เรานั้นก้าวตามดังนี้

สาธุ ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิภาวนา บูชาคุณพระพุทธเจ้า บูชาคุณพระธรรม บูชาคุณพระสงฆ์ บูชาคุณบิดามารดา บูชาคุณครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ตลอดจนผู้มีพระคุณทั้งหลาย ขอจงเป็นพลวปัจจัยแด่พระนิพพานของข้าพเจ้า และขอให้ข้าพเจ้ามีสติปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถรู้แจ้งถึงพระนิพพาน เอาชนะกิเลสความไม่ดีทั้งหลายที่อยู่ภายในใจได้ตลอดกาลนานเทอญ



หลังจากที่เรานั้นได้ทำการกล่าวคำอธิษฐานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้เรากำหนดคำบริกรรมภาวนาพร้อมกับลมหายใจเข้าว่าพุท และหายใจออกโธ หายใจเข้าธัม หายใจออกโม หายใจเข้าสัง หายใจออกโฆ จากนั้นก็ให้รำลึกถึงคำบริกรรมภาวนา พุทโธ ธัมโม สังโฆ 3 รอบ จากนั้นก็ให้เรานั้นเอาคำบริกรรมภาวนา พุทโธ แต่เพียงแค่คำเดียว ตั้งสติไว้ที่ปลายจมูกของเรา ลมหายใจเข้าพุทธ คอร์ดลมหายใจออกโธ มันจะทำให้เรานั้นมีสติและมีจิตที่นิ่งกับการนั่งสมาธิ มีสมาธิในการที่จะทำสิ่งที่ทำอยู่นั่นเองคะ

และก็ให้เรานั้นมันกระทำบำเพ็ญอยู่เป็นประจำ ขาดเธอเราเริ่มทำ 2 ครั้งก็อาจจะทำให้จิตใจของเรานั้นสงบได้ยาก ควรที่จะทำเป็นประจำอยู่สม่ำเสมอจึงจะเกิดผลดีให้กับเรานั่นเองค่ะ

และหลวงปู่มั่นนั้นก็ได้สอนให้ใช้คำบริกรรมภาวนาปลดว่าพุทโธ ก็เผื่อว่าที่จะต้องการให้เรานั้นน้องเอาคุณของพระพุทธเจ้ามาไว้อยู่ที่ใจของเรา ธัมโม น้องเอาคุณของพระธรรมเจ้ามาไว้ที่ใจ ส่วนสังโฆ ต้นน้ำเอาคุณของพระสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติธรรมมาไว้ที่ใจ อย่างที่ว่าคือมีพระพุทธเจ้า พระธรรม รับพระสงฆ์อยู่ในใจของเรานั่นเองค่ะ

เมื่อเรานั้นจะเลิกจากการนั่งสมาธิภาวนาก็ให้เรานั้นยกมือพนมขึ้นระหว่างคิ้วตรงศีรษะ 1 ครั้ง และพร้อมกล่าวคำว่าสาธุภายในใจ จากนั้นก็ให้แผ่เมตตาให้กับตัวเอง อธิษฐานเสร็จก็แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับผู้ที่มีอุปการะสรรพสัตว์ทั้งหลาย หรือเจ้ากรรมนายเวรตามดังนี้

“ด้วยอานิสงส์ผลบุญที่เกิดจากการนั่งสมาธิภาวนา ข้าพเจ้าขอแผ่ส่วนบุญไปให้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตา ยาย ญาติพี่น้องทั้งหลาย มิตรสหายทั้งหลาย เทวาอารักษ์ทั้งหลาย เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย พระอินทร์ พระพรหม ยม ยักษ์ ครุฑ คนธรรภ์ กุมภัณฑ์ นาคทั้งหลาย รุกขเทวดา อากาศเทวดาภุมเทวดา เปรตผี อสุรกายทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่มีชีวิตอยู่และหามีชีวิตไม่ ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จงมีแต่ความสุขกายสุขใจ อย่าได้มีเวรมีภัย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย จงอยู่เป็นสุขเสมอเถิด ขอจงได้รับส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำบำเพ็ญในครั้งนี้ด้วยเทอญ”

เห็นไหมการนั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนานั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากอะไรเลยคะ เพียงแค่เรานั้นและสามารถควบคุมสมาธิสติของเราให้อยู่กับตนเองได้ เมื่อทำบ่อยๆจะเกิดผลดีกับคุณอย่างแน่นอนในหลายๆด้าน จะทำให้คุณนั้นเป็นคนใจเย็น มีสมาธิมีสติในการใช้ชีวิตหรือการทำอะไรต่างๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การคิด การพูด ของคุณนั้นจะดีขึ้นอย่างแน่นอนเลยทีเดียวเชียว หากใครอยากลองนั่งสมาธิเป็นประจำก็เริ่มซะตอนนี้เลยนะคะ ค่อยๆนั่งไปเดี๋ยวก็ทำได้อย่างแน่นอน

ขอบพระคุณที่มา : adchips

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive