Breaking Share-Si
Loading...

คุณหมอสุดสตรอง ผ่าตัดคนไข้แม้ป่วยสายน้ำเกลือคามือ 3 รายรวด

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements


ขอเป็นกำลังให้คุณหมอ...!! เหตุเกิดเมื่อเช้า เมื่อคุณพยาบาลห้องผ่าตัดโทรศัพท์ไปรายงานคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก ของโรงพยาบาลซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียวว่า เคสที่คุณหมอเซ็นผ่าตัดไว้ 3 ราย ห้องผ่าตัดพร้อมแล้ว ทีมวิสัญญีได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยตั้งแต่เมื่อวาน ผู้ป่วยงดอาหารเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน รับผู้ป่วยมารอไว้หน้าห้องผ่าตัดแล้ว


แต่หารู้ไม่ว่า คุณหมอนอนให้น้ำเกลือ ต้องฉีดยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียอยู่ในโรงพยาบาล ไม่มีใครอยู่เฝ้า น้องผู้ช่วยพยาบาลส่งภาพมาให้ คุณหมอเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานเย็น ขอแอดมิตตนเองหลังจากตรวจผู้ป่วยนอกตอนเช้าประมาณ 30 คน คุณหมอมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัวมาก อ่อนเพลีย กินไม่ได้มา 4 วันแล้ว กินยาประคับประคองไม่ดีขึ้น จนทนไม่ไหวแล้ว จึงขอแอดมิตตัวเอง แล้วปรึกษาอายุรแพทย์ ตรวจเลือด ให้ยาต้านเชื้อ



หลังจากเห็นภาพคุณหมอนั่งบนเตียงคาสายน้ำเกลือ คุยโทรศัพท์กับพยาบาลห้องผ่าตัด จึงอยากให้หมอได้พัก บอกว่าจะคุยกับคนไข้ขอเลื่อนผ่าตัดไปก่อนดีกว่ามั้ย คุณหมอบอกว่า ขอเวลาเตรียมตัว 30 นาที จัดแจงให้พยาบาลถอดสายน้ำเกลือออก แต่คาเข็มฉีดยาเอาไว้ เดินไปห้องผ่าตัดที่อยู่ในอาคารอีกหลัง



ทุกคนในห้องถามว่าคุณหมอไหวมั้ย หมออมยิ้มนิดๆแล้วบอกว่า เอาเคสแรกมาเลย ลงมือผ่าตัดผู้ป่วย 3 ราย ผ่าตัดในคอ ตัดต่อมทอลซิล ส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อในกล่องเสียง ใช้เวลาสามชั่วโมงเศษ ข้อมือขวาติดป้ายสถานะผู้ป่วย ข้อมือซ้ายคาเข็มฉีดยาให้น้ำเกลือ เสร็จตอนบ่ายโมงพอดี เดินกลับหอผู้ป่วยไปเสียบน้ำเกลือ ฉีดยาต้านเชื้อต่อให้ครบ 5-7 วัน .. นี่เป็นชีวิตจริง ไม่ใช่นิยาย ไม่ใช่ละคร .....!!

#เมื่อคุณหมอป่วยด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ..

#ขอส่งกำลังใจให้คุณหมอ #ขอคุณหมอหายไวๆ

#ห้องผ่าตัด #คุณหมอนอนให้น้ำเกลือ

(ขอขอบคุณเรื่องจาก Arak Wongworachat)

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive