Breaking Share-Si
Loading...

แก้ปัญหาเสื้อขาวโดนผ้าสีตกใส่ กลับมาขาวปิ๊ง ง่ายเหลือเชื่อ

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements

แก้ปัญหาเสื้อขาวโดนผ้าสีตกใส่ กลับมาขาวปิ๊ง ง่ายเหลือเชื่อ

ผ้าสีตกนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของแม่บ้าน หรือคนที่ไม่มั่นใจว่าผ้าที่ซักด้วยกันสีจะตกไหม หรือคนที่ขี้เกียจเลือกผ้าก่อนซักก็จับยัดรวมๆ ซักไปพร้อมกัน ซักเสร็จต้องน้ำตาไหล เพราะเสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นสีใหม่เสียแล้วเอาเป็นว่าไม่ต้องร้องไห้นะคะ มาทำตามวิธีแก้ปัญหาเรื่องสีตกใส่ผ้าที่เราจะแนะนำไปพร้อมกันเลย!

มาดูวิธีกันเลย

เตรียมอะไรบ้าง :

1.ผ้าขาวที่โดนสีตก

2.หม้อ

3.น้ำส้มสายชู 1 ขวดเล็ก

4. เกลือ 3 กำมือ

5.ไฮเตอร์ 5 ฝา

Step 1: ต้มผ้าขาวในน้ำเดือด

ต้มน้ำค่ะ เอาน้ำเปล่าเทใส่หม้อ เอาไปต้มเลยค่า ใส่ปริมาณกะให้ท่วมเสื้อสัก 2 นิ้ว พอน้ำเดือดแล้วเอาเสื้อใส่ลงไป

ต้มไปเลยค่ะ ประมาณ 10 นาที สีมันอาจไม่ออกนะ ไม่ต้องตกใจไป แต่ระวังฟองมันจะฟู่ หมั่นดูด้วยนะ จากนั้นคีบเสื้อออกมาไปแช่น้ำธรรมดาค่ะ

Step 2: เตรียมส่วนผสม

นำกะละมัง เปิดน้ำใส่กะพอท่วมผ้าขาวพอ จากนั้นนำเกลือเทใส่ แล้วก็น้ำส้มสายชูเทใส่หมดเลยค่า แล้วก็คนๆให้เข้ากัน แล้วเอาผ้าใส่ลงไปค่ะ ตอนนี้ทิ้งไว้ 20 นาที

สังเกตว่าตอนนี้ผ้าก็ไม่ขาวนะคะ ไม่ต้องหมดกำลังใจ ทำต่อไปค่ะ รับรองขาวชัวร์

Step3: ผ้าขาวทันใจ

หลังจากแช่ผ้าในขั้นตอนที่ 2 ไปแล้ว คิดแล้วทำไมไม่เห็นมีไรดีขึ้นเลย ลองดูอีกดิ๊ ถ้าไม่ดีก็ทิ้งละ อุตส่าห์ออกไปซื้อไฮเตอร์มา ขั้นตอนนี้บอกเลยว่ามีข้อควรระวังอย่างมาก 2 ข้อคือ

1. ใส่แค่ 4-5 ฝาพอ ย้ำหนักๆ!!! เพราะใส่เยอะเกินไปผ้าเหลืองค่ะ เหลืองหนักมากกก

2. ถ้าผ้าคุณไม่ขาวล้วน กรุณานำส่วนที่เป็นสีโผล่พ้นน้ำขึ้นมาเลยค่ะ (ย้ำหนักๆ) เช่นกัน ไม่อย่างนั้น สีหายหมดค่ะ เป็นแล้ว เจอมากับตัว

และดูผลงานของการใส่ไฮเตอร์และแช่ไว้ 10 นาทีได้เลยค่ะ

ข้อมูลดีๆจากคุณ สมาชิกหมายเลข 1200221 สมาชิก pantip

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive