Breaking Share-Si
Loading...

เตือ นกันไว้ ไม่ควรทำแบบนี้ ขณะที่ขับรถ อาจเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้

share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!
Share on Google Plus

Advertisements
Advertisements

ข้อห้ามเด็ดขาด คือ เรื่องถอดรองเท้าขับรถ เพราะเมื่อเหยียบคันเร่ง หรือเหยียบเบรก เท้าที่สัมผัสเบรกหรือคันเร่ง อาจจะลื่นจนเหยียบพลาด ทำให้ควบคุมรถไม่ได้ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด แนะนำว่าควรที่จะใส่รองเท้าขับรถ หากจำเป็นต้องวางสิ่งของ หรือจะถอดรองเท้า ก็ควรวางไว้ด้านหลังจะปลอดภัยที่สุด

นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เคยวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์อุบัติเหตุรถยนต์ ที่เกิดจากรองเท้าหรือวัสดุอื่นๆ เช่น ขวดน้ำ แผ่นยางรองพื้น ไปขัดใต้เบรกหรือคันเร่ง ไว้เมื่อปี 2561 ว่า อุบัติเหตุในลักษณะนี้แม้จะไม่บ่อย แต่ก็ส่งผลอันตรายถึงชี วิ ตได้

กรณีลักษณะนี้ เกิดได้จาก

1. คนขับ โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี ที่ถอดรองเท้าทิ้งไว้ใกล้กับเบรกหรือคันเร่ง เป็นความเสี่ยงที่จะส่งผลให้เกิดอุ บั ติเหตุได้ รองเท้าที่ขัดรถ โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูง ส้นตึก
นอกจากนี้ การถอดรองเท้าขับรถ ก็มีความเสี่ยงร่วมได้ เนื่องจากเท้าที่สัมผัสเบรก อาจจะมีเหงื่อหรือทำให้ลื่นจนเหยียบเบรกหรือคันเร่งผิดพลาด จนควบคุมรถในช่วงจังหวะสำคัญไม่ได้ และเกิดอุ บั ติเหตุได้

2. นอกจากรองเท้า สิ่งของหรือวัสดุอื่นๆ ก็มีโอกาสเข้าไปขัดหรือติดใต้เบรกได้ เช่น ขวดน้ำ แผ่นยางรองพื้น โดยแผ่นยางรองพื้น หากนำไปทำความสะอาด แล้วนำมาวางไว้ควรตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีแล้วหรือยัง

ลดความเสี่ยงป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

(1) พยายามอย่าวางรองเท้าหรือวัสดุอื่นๆ ไว้ที่พื้นระหว่างเบรกและคันเร่ง เช่น ขวดน้ำ แผ่นยางรองพื้น

(2) ตรวจสอบบริเวณพื้นรถ ว่าไม่มีรองเท้า หรือวัสดุอื่นๆ อยู่ใต้เบรกหรือคันเร่ง ที่สำคัญคือให้เก็บขวดน้ำให้เรียบร้อย เพราะขวดน้ำที่อยู่ด้านหลังหรือด้านข้าง เมื่อขับไปอาจไหลกลิ้งมาอยู่ใต้เบรกได้ ในกรณีพื้นรถด้านข้างไม่มีกั้น

(3) ไม่ควร “ถอดรองเท้าขับรถ” เด็ดขาด เพราะเมื่อเหยียบคันเร่ง หรือเหยียบเบรก เท้าที่สัมผัสเบรกหรือคันเร่ง อาจเกิดการลื่นจนเหยียบพลาด ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้นั่นเอง

ซึ่งทางที่ดีควรเช็กความพร้อมของร่างกาย ขับรถโดยไม่ประมาทเป็นดีที่สุดครับ

Advertisements


Advertisements

บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับสุขภาพทั้งหมด ทางเว็บไซต์ได้รวบรวมไว้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้อ่านเท่านั้น จึงไม่สามารถนำไปใช้นำไปอ้างอิงหรือใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากมีการนำข้อมูลในเว็บไซต์ไปใช้ ทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ ในทุกกรณี โดยไม่มีข้อยกเว้น ดังนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม และควรต้องทราบว่า ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตเป็นข้อมูลทั่วๆ ไป ไม่สามารถนำมาใช้ได้กับคนไข้ทุกๆคน

Advertisements

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

0 ความคิดเห็น

Share-Si.com : About me


share-si.com บทความดีๆ ข้อความโดนๆ แชร์ซิ !!!



Blog Archive